ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Cheval Collection วางแผนขยายพอร์ตโรงแรมหรูเพิ่มเท่าตัว

Cheval Collection บริษัทhospitalityหรูจากUK ตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตทั่วโลกเป็นเท่าตัว ชูตะวันออกกลางเป็นตลาดหลัก และรุกขยายพอร์ตในดูไบกับซาอุดีอาระเบีย แม้ S&P คาดการณ์ว่าตลาดดูไบจะยังไม่ฟื้นตัวจนกว่าจะถึงปี 2027

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
28 Aug 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Cheval Collection วางแผนขยายพอร์ตโรงแรมหรูเพิ่มเท่าตัว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Cheval Collection วางแผนเพิ่มขนาดพอร์ตโฟลิโอทั่วโลกจากเดิม 16 โครงการให้เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
  • ชูภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโต พร้อมรุกทั้งรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และบรังเดดเรสซิเดนซ์
  • ดำเนินโครงการในดูไบผ่านการรีโนเวตอาคารเดิม และเตรียมสร้างโครงการใหม่ในซาอุดีอาระเบียรวมถึงเจรจาในหลายประเทศ
  • S&P คาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักในดูไบจะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามจนกว่าจะพ้นปี 2027 เป็นต้นไป

Cheval Collection บริษัทผู้ให้บริการที่พักหรูสัญชาติอังกฤษ กำลังมุ่งเน้นกลยุทธ์สำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอทั่วโลกให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีภูมิภาคตะวันออกกลางทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ ตามการเปิดเผยของ Daniel Johansson ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและการลงทุนของบริษัท ปัจจุบันทางเครือมีโครงการอยู่ภายใต้การดูแลทั้งหมด 16 โครงการ กระจายตัวอยู่ในสหราชอาณาจักรและตะวันออกกลาง

การขยายกิจการเข้ามาในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้นด้วยโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อย่าง Cheval Maison – The Palm Dubai และ Cheval Maison – Expo City Dubai ซึ่งเป็นห้องพักพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครันที่มีบริการสไตล์โรงแรม เช่น แม่บ้านทำความสะอาดและแผนกต้อนรับ พร้อมครัวและพื้นที่ใช้สอยในตัว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เข้าพักระยะกลางถึงระยะยาวโดยเฉพาะ

modern apartment interior living room Dubai

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ต่อมาในเดือนเมษายน ทางบริษัทได้ขยายขอบเขตเข้าสู่ตลาดบรังเดดเรสซิเดนซ์ (branded residences) ด้วยโครงการ Cheval Residences Dubai Islands ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2029 โครงการนี้มีรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างจากเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยตัวยูนิตจะถูกขายให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ละราย ซึ่งสามารถเลือกเข้าร่วมโปรแกรมบริหารจัดการการปล่อยเช่าที่บริหารโดย Cheval ได้ตามความสมัครใจ

16โครงการในปัจจุบัน
2029กำหนดเสร็จ Dubai Islands
2027ปีที่ S&P คาดว่าดูไบจะฟื้นตัว

ในส่วนของการเติบโตในซาอุดีอาระเบีย จะมาจากการพัฒนาโครงการใหม่ทั้งหมด ได้แก่ Cheval Ladun Living และ Cheval Maison – Sulaymaniyah ในริยาด รวมถึงอยู่ระหว่างการประเมินทำเลในเจดดาห์ เมดินา และมักกะห์ ควบคู่ไปกับการพูดคุยเจรจาโครงการในกาตาร์ โอมาน บาห์เรน คูเวต และอียิปต์

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"Cheval is betting Dubai’s domestic demand can carry it to recovery. S&P doesn’t see that recovery until 2027."

Skift

การที่แบรนด์โรงแรมหรูอย่าง Cheval เลือกขยายตลาดผ่านโมเดิลผสมผสานระหว่างเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และเรสซิเดนซ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้เข้าพักระยะยาวที่มีความมั่นคงด้านรายระแวกนั้นมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการที่ตลาดอสังหาฯ และการท่องเที่ยวในภูมิภาคกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนและ ADR (Average Daily Rate) อาจต้องปรับลดลงเพื่อรักษาอัตราการเข้าพักเอาไว้

ทางผู้บริหารของ Cheval เชื่อมั่นว่าโมเดิลการรองรับทั้งผู้พักระยะสั้นและระยะยาวจะช่วยป้องกันผลกระทบจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมากจนเกินไป แม้ว่านักวิเคราะห์จาก S&P จะแสดงความกังวลว่าตลาดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ยังคงต้องเผชิญแรงกระแทกจากอุปสงค์ที่ลดลง และคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักในดูไบจะไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามจนกว่าจะพ้นปี 2027 เป็นต้นไป แต่ทาง Cheval ก็ยังคงเดินหน้าการขายในโครงการดูไบไอส์แลนด์อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้น

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้