กมธ.ตำรวจ ปัดรับเรื่องเลขาฯพระปกเกล้ารีดเงินเรียน ปปร.
กมธ.ตำรวจ มีมติไม่รับเรื่องกล่าวหาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ารีดเงิน 5 แสนบาทแลกเข้าเรียน ปปร. พร้อมปลดผู้แจ้งความพ้นที่ปรึกษาเนื่องจากเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ตำรวจ มีมติไม่รับเรื่องกล่าวหาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
- ปลด นายปรเมศร์ พ้นที่ปรึกษาหลังพบเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
- คดีถอนแจ้งความแล้วเนื่องจากผู้สมัครตัวจริงยืนยันไม่มีการเรียกรับเงิน
วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอเรื่องกรณีการกล่าวหา นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ว่ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในหลักสูตร ปปร. เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา
อย่างไรก็ตาม นายวัชรพงศ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ ประกอบกับมีการถอนแจ้งความในคดีดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ทาง กมธ.ฯ ไม่จำเป็นต้องเชิญ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ มาชี้แจงแต่อย่างใด
กรณีหลักสูตร ปปร. หรือหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ของสถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นหลักสูตรยอดนิยมสำหรับผู้บริหารและนักการเมืองระดับสูง การที่มีข้อครหาเรื่องการคัดเลือกจึงมักกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมาก
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติปลด นายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ผู้ที่เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าว ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำ กมธ. ภายหลังจากการตรวจสอบพบประวัติว่าเคยต้องคดีเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง
นายวัชรพงศ์ ระบุเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า นายปรเมศร์ มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง ซึ่งทำให้ ส.ส. ที่เป็นผู้เสนอชื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาไม่ทราบมาก่อนว่ามีประวัติเป็นบุคคลล้มละลาย จนกระทั่งมาพบข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบรอบนี้ ทำให้ ส.ส. คนเดียวกันนี้ต้องเป็นผู้เสนอปลดออกด้วยตนเอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"จากการตรวจสอบพบว่า นายปรเมศร์ เปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง และ ส.ส.ที่เสนอชื่อ นายปรเมศร์ มาเป็นที่ปรึกษา ไม่ทราบมาก่อนว่า นายปรเมศร์ เคยเป็นบุคคลล้มละลาย ทำให้ ส.ส.ที่เสนอชื่อเป็นคนเสนอปลดด้วยตัวเอง"
นายวัชรพงศ์
สำหรับมูลเหตุของการถอนแจ้งความในคดีนี้ สืบเนื่องจากผู้สมัครหลักสูตรตัวจริงได้ออกมายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยถูกเรียกรับเงินหรือมีการเสนอเงินให้แก่บุคคลใดเพื่อแลกกับการเข้าเรียน อีกทั้งยังมีข้อพิรุธว่าเรื่องดังกล่าวอาจถูกเชื่อมโยงให้เป็นประเด็นทางการเมือง
ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นนักศึกษาในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า ได้ให้ข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 5 แสนบาทไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันทั่วไปในหมู่ให้นักศึกษาว่า นายอิสระ เคยสละเงินประจำตำแหน่งรวมหลายล้านบาทเพื่อนำมาสนับสนุนกิจการและงานต่างๆ ของสถาบันฯ อีกทั้งยังมีรายงานบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งพันล้านบาทมาตั้งแต่ก่อนก้าวเข้าสู่วงการเมืองแล้ว
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น