ปธ.กมธ.ป.ป.ช. แฉแก๊งตบทรัพย์สอบท้องถิ่น โยงบิ๊กดีเอสไอ
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. แฉเครือข่ายเรียกรับเงิน 650,000 บาท ช่วยสอบท้องถิ่น โยง พ.ต.ท. บิ๊กดีเอสไอ เมื่อ 28 ส.ค. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ปธ.กมธ.ป.ป.ช. แฉเครือข่ายตบทรัพย์เรียกเงิน 6.5 แสนบาทอ้างช่วยสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
- หลักฐานแชทไลน์มัดทำเป็นขบวนการ โยงข้าราชการระดับสูงดีเอสไอประดับยศ พ.ต.ท.
- ขยายผลพบเครือข่ายกระจายตัวในหลายจังหวัด เช่น ศรีสะเกษและขอนแก่น
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย เกี่ยวกับปฏิบัติการของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ที่เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือที่รู้จักกันในนาม ผู้ใหญ่เฮง อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย
การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการเรียกรับเงินจำนวน 650,000 บาท โดยมีการกล่าวอ้างกับเหยื่อว่าสามารถใช้เส้นสายช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นได้สำเร็จ ซึ่งทางประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่าคดีนี้ไม่ได้ลงมือทำเพียงลำพังคนเดียว แต่มีลักษณะการทำเป็นขบวนการและเชื่อมโยงไปถึงบุคคลระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่มียศเป็นพันตำรวจโท
นายอาสพลธ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ มีหลักฐานสำคัญเป็นบทสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้เสียหายใช้ทวงคืนเงินจากอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สอบตก โดยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษพบว่า นายประวิทย์ หรือ ผู้ใหญ่เฮง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเครือข่ายระดับเบอร์หนึ่งในพื้นที่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชทไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต สส.สอบตก ซึ่งเครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี ผู้ใหญ่เฮง เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด"
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุด้วยว่า จากเครือข่ายระดับเบอร์หนึ่งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลต่อไปยังผู้มีอิทธิพลในส่วนกลาง นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบร่องรอยของเครือข่ายในลักษณะเดียวกันอีกแห่งที่จังหวัดขอนแก่น แต่เป็นคนละเครือข่ายกับกลุ่มของผู้ใหญ่เฮง
การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นมักมีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลและนายหน้าท้องถิ่นคอยหลอกลวงผู้สมัครที่ต้องการความลัดในการทำงานราชการ การที่คดีนี้สาวไปถึงข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานสืบสวนสอบสวนอย่างดีเอสไอสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะต้องติดตามเส้นทางการเงินและตรวจสอบผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังอย่างเข้มข้นต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น