Techsauce Awards 2026: ธนิศร์ เจียรวนนท์ นำ Makro PRO คว้าสองรางวัลใหญ่
เบื้องหลังความสำเร็จของ ธนิศร์ เจียรวนนท์ และ Makro PRO คว้ารางวัลใหญ่จาก Techsauce Awards 2026 พร้อมเส้นทางพลิกโฉมค้าส่งสู่เบอร์ 1 Retail Tech

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ธนิศร์ เจียรวนนท์ และ Makro PRO คว้ารางวัลใหญ่ในงาน Techsauce Awards 2026
- ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการปิด Makroclick และรวมทุกอย่างเข้าสู่ Makro PRO ท่ามกลางคำท้วงติงของที่ปรึกษา
- สัดส่วนยอดขาย E-commerce ขยับจาก 3% สู่กว่า 30% พร้อมยอดขายรายวันแตะ 250-260 ล้านบาท
- ใช้กลยุทธ์ 4-3-3 และโมเดล Co-Creation พัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติไทยจนยื่นขอสิทธิบัตร 4 รายการ
ในงาน Techsauce Awards 2026 คุณธนิศร์ เจียรวนนท์ Group Chief Wholesale Business Officer ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล The Sauciest Tech Visionary of the Year ขณะที่ Makro PRO คว้ารางวัล The Sauciest Tech Scaleup จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอดสี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจค้าส่งแบบดั้งเดิมสู่การเป็นแพลตฟอร์ม Retail Tech ชั้นนำของประเทศ
เส้นทางความสำเร็จนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ของคุณธนิศร์ในการปิด Makroclick และโยกย้ายทุกระบบขึ้นมาอยู่บน Makro PRO แม้ว่าที่ปรึกษาภายนอกจะเคยเตือนต่อหน้าทีมงานว่าแนวทางดังกล่าวอาจนำไปสู่ความล้มเหลว เนื่องจากไม่มีใครเคยรวมระบบในรูปแบบนี้มาก่อน
<
ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเด็ดขาดนี้มาจากข้อจำกัดในการดูแลแอปพลิเคชันหลายตัวด้วยทีมวิศวกรที่แยกจากกัน ซึ่งจะทำให้การขยายธุรกิจสะดุด คุณธนิศร์จึงผลักดันให้รวม Makroclick, Makro PRO และระบบ B2B อย่าง SmartOne เข้าเป็นแอปพลิเคชันเดียว ส่งผลให้แพลตฟอร์มสามารถรองรับยอดขายรายวันได้สูงถึง 250 ถึง 260 ล้านบาทในเวลาต่อมา
ด้านคุณถิรายุ ทรงเวชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัล บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้นิยามการเติบโตนี้ว่าเป็น 'Continuous Disruption' เนื่องจากทุกครั้งที่ยอดขายขยับจาก 12 ล้านบาทในวันเริ่มต้น สู่ 30 ล้านบาท และ 70 ล้านบาท ทีมงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทั้งกระบวนการทำงาน ระบบ และการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
บางจุดผมก็ยอมรับว่าเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับผม แต่ผมต้องขอบคุณทีมงานที่เชื่อในผม ในจุดที่คนอื่นบอกว่าทำไม่ได้
ในแง่ของการบริหารความเสี่ยง คุณธนิศร์ได้นำ 'กลยุทธ์ 4-3-3' มาใช้ในการตัดสินใจ โดยยอมรับว่าจากการตัดสินใจ 10 เรื่อง อาจมี 4 เรื่องที่ออกมาดีเยี่ยม 3 เรื่องอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ต้องปรับปรุง และอีก 3 เรื่องที่อาจเกิดความผิดพลาด ซึ่งมองว่าเป็นต้นทุนการเรียนรู้ที่จำเป็น แทนที่จะรอให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์จนสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
การทำ Retail Transformation ในองค์กรค้าส่งขนาดใหญ่อย่างซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเรื่องความกล้าหาญในการรื้อถอนระบบเดิม (Legacy Systems) เพื่อรวมศูนย์ข้อมูล การที่ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์การตัดสินใจแบบมีสัดส่วนความผิดพลาดได้ (Calculated Risks) ช่วยลดปัญหาภาวะชะงักงันจากการกลัวความผิดพลาด (Analysis Paralysis) ซึ่งมักเกิดขึ้นกับองค์กรค้าปลีกดั้งเดิมที่กำลังพยายามปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
นอกจากนี้ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีภายนอก CP AXTRA ได้หันมาพัฒนาซอฟต์แวร์สำคัญด้วยตนเอง เช่น ระบบบริหารคำสั่งซื้อและ Pricing Engine พร้อมใช้โมเดล Co-Creation ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก จนนำไปสู่การยื่นขอสิทธิบัตร 4 รายการ ครอบคลุมระบบจัดอันดับผลการค้นหาเฉพาะบุคคล การประมวลผลภาษาไทย และระบบสั่งเสียงด้วย AI
สำหรับแผนในอนาคต หลังจากปักหมุดเป็นแพลตฟอร์แอมอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ในด้านยอดขาย First-party ตามข้อมูลจาก Euromonitor แล้ว เป้าหมายถัดไปของคุณธนิศร์คือการนำพากิจการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Retail Tech ในระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มฝีมือคนไทยที่สามารถแข่งขันในเวทีสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น