ไชยชนกเผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport กรุงเทพอันดับ 1
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport กทม.พุ่ง 2.5 แสนราย ขณะที่บุรีรัมย์ 1.6 หมื่นราย พร้อมชี้กลุ่มวัย 30-45 ปีสนใจมากที่สุด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กทม.ครองแชมป์ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport สูงสุดกว่า 250,000 ราย
- จังหวัดบุรีรัมย์มียอดผู้สนใจลงทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 16,000 ราย
- กลุ่มช่วงอายุ 30-45 ปี เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้ามาสมัคร
- กระทรวงดีอีมุ่งเน้นการสมัครแบบออร์แกนิกเพื่อสะท้อนความสนใจจริง
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมลงทะเบียนในโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยระบุว่ากระแสตอบรับจากทั่วประเทศกำลังดำเนินไปในทิศทางที่น่าสนใจและสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานจริงของประชาชน
จากการประเมินตัวเลขในปัจจุบัน พื้นที่เขตกรุงเทพมหานครยังคงเป็นจุดที่มีอัตราการเข้ามาลงทะเบียนสูงสุดอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจำนวนตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 250,000 ราย ตามมาด้วยจังหวัดอุบลราชธานีที่มีผู้ลงทะเบียนราว 30,000 ราย และจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมอยู่ที่ประมาณ 16,000 รายตามลำดับ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ทางรัฐบาลไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายหรือกำหนดโควตาตัวเลขบังคับขั้นต่ำสำหรับแต่ละจังหวัดเอาไว้แต่อย่างใด เนื่องจากมีความประสงค์ต้องการให้การเติบโตและการเข้ามาสมัครของประชาชนเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติหรือแบบออร์แกนิก เพื่อจะได้ใช้วัดผลความตื่นตัวและความสนใจที่แท้จริงจากภาคประชาชนโดยตรง
"หากดูตามช่วงอายุ กลุ่มที่ลงทะเบียนมากที่สุดคือช่วงอายุ 30-45 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 20-24 ปี และกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปี"
ในแง่ของโครงสร้าง demography หรือกลุ่มประชากรที่เข้ามาลงทะเบียนในช่วงระยะแรกนี้ ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยกลุ่มคนในวัยทำงานตอนต้นจนถึงวัยกลางคน โดยกลุ่มช่วงอายุ 30-45 ปี ครองสัดส่วนการลงทะเบียนมากที่สุดเป็นอันดับแรก รองลงมาคือกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใໝ่อายุระหว่าง 20-24 ปี และที่น่าสนใจคือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ก็ให้ความสนใจตบเท้าเข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมากเช่นกัน
โครงการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการสร้างความตระหนักรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) ให้กระจายตัวไปสู่วงกว้าง การที่กลุ่มอายุ 30-45 ปี ซึ่งเป็นกำลังหลักทางเศรษฐกิจเข้ามาใช้งานมากที่สุด ชี้ให้เห็นว่าคนวัยทำงานมองเห็นความจำเป็นในการยกระดับทักษะเพื่อรับมือกับโลกยุคดิจิทัล ขณะที่การเปิดรับสมัครแบบออร์แกนิกช่วยให้ภาครัฐเห็นฐานผู้ใช้งานที่แท้จริง (Early Adopters) ก่อนจะขยายผลไปสู่กลุ่มมวลชนวงกว้างเมื่อมีกรณีตัวอย่างความสำเร็จปรากฏชัดเจนขึ้นในอนาคต
ทางด้านกลุ่มผู้ใช้งานระลอกแรกนี้ นายไชยชนกประเมินว่าเป็นกลุ่ม Early Adopters ซึ่งมีความคุ้นเคยและมีความรู้พื้นฐานในการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อยู่แล้วในระดับหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่ยังคงมีความลังเลและยังมองไม่เห็นภาพชัดเจนว่าจะนำปัญญาประดิษฐ์ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรนั้น คาดว่าจะทยอยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ระบบเริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ และมีตัวอย่างความสำเร็จหรือ Success Case จากการใช้งานจริงออกสู่สาธารณชน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น