วิธีแก้พฤติกรรมเสพติดช้อปปิ้งออนไลน์ หมดเงิน 700 ปอนด์ต่อเดือน
เจาะลึกเรื่องราวของ Ella Hewitt และผู้เชี่ยวชาญจาก UKat Group เผยวิธีเอาชนะโรคเสพติดการซื้อของออนไลน์ที่ทำลายการเงินและชีวิตประจำวัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลสำรวจชี้ 7% ของผู้ใหญ่ทั่วโลกเผชิญปัญหาเสพติดการช้อปปิ้ง
- Ella Hewitt เคยหมดเงินถึง 700 ปอนด์ต่อเดือนไปกับแฟชั่นฟาสต์แฟชั่น
- UKat Group เผยผู้เข้ารับการบำบัดโรคเสพติดช้อปปิ้ง 90% เป็นผู้หญิง
- วิธีแก้ปัญหาได้ผลจริง เช่น ตั้งกฎรอ 30 วันและลบแอปช้อปปิ้งออกจากมือถือ
คุณอาจคุ้นเคยกับช่วงเวลานี้ เมื่อถึงยามดึกขณะกำลังเลื่อนหน้าจอมือถือ คุณรู้สึกอยากซื้อของบางอย่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะตื่นมาพบกับความเสียใจในวันรุ่งขึ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อการซื้อของตามอารมณ์เหล่านี้กลายเป็นนิสัย แทนที่จะเป็นเรื่องเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ผลการศึกษาทั่วโลกชี้ว่า 7% ของผู้ใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาการเสพติดการช้อปปิ้ง ซึ่งคือความอยากซื้อของที่ไม่สามารถควบคุมได้แม้จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางการเงิน โดยที่ผู้หญิงอายุน้อยมีความเสี่ยงมากที่สุด เอลลา เฮวิตต์ (Ella Hewitt) จากเมืองลิเวอร์พูล เล่าว่าอาการเสพติดการช้อปปิ้งของเธอแย่ลงอย่างมากในปี 2021 จนเธอต้องใช้เงินสูงถึง 700 ปอนด์ต่อเดือนไปกับเสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูกที่ไม่สามารถจ่ายไหวและบางครั้งไม่ได้สวมใส่เลย
ในขณะนั้นเธอทำงานเป็นผู้ช่วยฝ่ายทรัพยากรบุคคลในโรงเรียนแห่งหนึ่ง การใช้จ่ายดังกล่าวทำให้เธอไม่สามารถเก็บเงินเพื่อย้ายออกจากบ้านของครอบครัวได้ เธรู้สึกตกใจกับจำนวนเงินที่ตัวเองใช้จ่ายไปอย่างมาก จนเริ่มหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อควบคุมพฤติกรรมการซื้อของ
"ฮอร์โมนโดปามีนที่หลั่งออกมาทำให้ฉันอยากช้อปปิ้งต่อ และในโลกโซเชียลมีเดียก็มีการสนับสนุนให้ทำเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา"
Ella Hewitt
หนึ่งในวิธีที่เธอใช้คือการนำสินค้าทุกชิ้นที่อยากซื้อใส่ไว้ในรายการสิ่งที่อยากได้ (wish list) และรอเป็นเวลา 30 วัน เอลลากำหนดงบประมาณสมมติให้ตัวเองวันละ 1,000 ปอนด์เพื่อใช้ซื้อของในจินตนาการ ซึ่งช่วยระงับความอยากซื้อโดยไม่ต้องเสียเงินจริง นอกจากนี้เธอยังตั้งกฎกับตัวเองว่าจะซื้อของชิ้นนั้นก็ต่อเมื่อมีเงินพอที่จะซื้อได้ถึงสามครั้งเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของเธอลงไปได้ถึง 60% ปัจจุบันเธอกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นจริยธรรมและกำลังวางแผนเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
พฤติกรรมการเสพติดการช้อปปิ้งในยุคดิจิทัลไม่ได้เกิดจากความต้องการสินค้าจริงๆ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบการออกแบบแอปพลิเคชันที่เรียกว่า 'frictionless checkout' ซึ่งทำให้การจ่ายเงินเป็นเรื่องง่ายเกินไปจนสมองไม่ทันได้ไตร่ตรอง การสร้างอุปสรรคเทียม เช่น การลบข้อมูลบัตรเครดิตหรือการตั้งกฎรอเวลา จึงเป็นจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมที่ช่วยตัดวงจรการหลั่งสารโดปามีนชั่วคราวได้
ด้านกลุ่ม UKat Group ซึ่งดำเนินศูนย์บำบัดอาการเสพติดทั่วสหราชอาณาจักร ระบุว่าพบผู้ที่มีอาการเสพติดการช้อปปิ้งเพิ่มขึ้น โดย 90% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นผู้หญิง พร้อมทั้งแนะนำสัญญาณเตือนภัยและวิธีรับมือดังนี้:
- รอเวลา 48 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า เพื่อให้อารมณ์อยากซื้อลดลง
- ลบข้อมูลบัตรเครดิตที่บันทึกไว้และลบแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออกจากโทรศัพท์
- เขียนรายการสินค้าที่ต้องการก่อนเข้าร้านค้าหรือเว็บไซต์ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ยกเลิกการติดตามจดหมายข่าวของร้านค้าและเลิกติดตามอินฟลูเอนเซอร์สายช้อป
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้หมดก่อนซื้อใหม่ หรือเน้นแต่งตัวด้วยเครื่องประดับแทนการซื้อชุดใหม่
ดิช พาเทล (Dish Patel) อีกหนึ่งคนที่เคยประสบปัญหาเดียวกันและปัจจุบันทำงานเป็นนักวางแผนทางการเงิน ยอมรับว่าเธอเคยซื้อเกือบทุกอย่างที่เป็นกระแส แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจลบแอปพลิเคชันอย่าง Asos และ Pretty Little Thing รวมถึงถอด ApplePay ออกจากเครื่อง เพื่อให้การซื้อของในคลิกเดียวยากขึ้น
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น