ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ความรุนแรงปะทุในเซวตา: ม็อบเผาค่ายผู้อพยพและปะทะตำรวจ

เหตุรุนแรงในเมืองเซวตา ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ หลังผู้อพยพทะทะลักกว่า 72,000 คน โดยชาวบ้านขัดขวางการแจกอาหารและเผาค่ายพักแรม

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Aug 2026ที่มา: BBC World3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 19 Sep 2026
แชร์
ความรุนแรงปะทุในเซวตา: ม็อบเผาค่ายผู้อพยพและปะทะตำรวจ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ชาวบ้านในเซวตาเผาค่ายพักแรมของผู้อพยพบนหาดทรัมโปลินและขัดขวางการแจกเสบียง
  • กลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกับตำรวจและมีการไล่ล่าผู้อพยพตามท้องถนนหลังจับกุมผู้ต้องสงสัย 12 ราย
  • รัฐบาลกลางเผชิญเสียงวิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้านและนายกเทศมนตรีเมืองเซวตาเรื่องการจัดการวิกฤต
  • ทางการสเปนย้ายอำนาจควบคุมการจัดการวิกฤตมาไว้ส่วนกลางเพื่อเตรียมย้ายผู้อพยพเข้าอาคารสาธารณะ

สถานการณ์วิกฤตผู้อพยพในเมืองเซวตา ดินแดนเอกซ์เคลฟของสเปนบนทวีปแอฟริกาเหนือ ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีผู้คนหลั่งไหลข้ามแดนจำนวนมากเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดความตึงเครียดระหว่างชาวท้องถิ่นและผู้อพยพได้ปะทุกลายเป็นเหตุกระทบกระทั่งและการใช้กำลังบนท้องถนน

วิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีตัวเลขผู้อพยพอย่างน้อย 72,000 คน ข้ามจากประเทศโมร็อกโกเข้ามายังเมืองเซวตาในช่วงวันที่ 30 และ 31 กรกฎาคม โดยส่วนใหญ่ว่ายน้ำเลี่ยงรั้วชายแดน และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คนในช่วงการข้ามแดนครั้งใหญ่ตามข้อมูลของนายกเทศมนตรีเมืองเซวตา แม้ว่าผู้อพยพส่วนใหญ่จะเดินทางกลับโมร็อกโกภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ยังมีผู้อพยพอีกหลายพันคน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ยังคงตกค้างและต้องนอนกลางดินกินกลางทรายตามชายหาดและถนนหนทาง

Spain migrant border police patrol

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มบานปลายเมื่อชาวท้องถิ่นหลายสิบคนรวมตัวกันขัดขวางเจ้าหน้าที่สภากาชาดไม่ให้แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มแก่ผู้อพยพ ต่อมากลุ่มผู้ก่อเหตุได้จุดไฟเผาค่ายพักแรมของผู้อพยพ ณ หาดทรัมโปลิน ซึ่งเป็นจุดหลักที่ใช้หลับนอน พร้อมทั้งเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมา เหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากตำรวจจับกุมผู้อพยพ 12 คนที่ถูกกล่าวหาว่าปาหินใส่ยานพาหนะของกองทัพจนกระจกแตกและทำให้ชาย 4 คนภายในรถได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีรายงานกลุ่มศาลเตี้ยออกไล่ล่าผู้อพยพตามท้องถนน รวมถึงสื่อมวลชนและทีมถ่ายทำสารคดีถูกขู่คุกคามด้วยเช่นกัน

72,000ผู้อพยพข้ามแดน
100ผู้เสียชีวิตเบื้องต้น
12ผู้อพยพถูกจับกุม

ฆวน เฮซุส บีบัส นายกเทศมนตรีสายอนุรักษ์นิยมของเมืองเซวตา กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แอนเทนา 3 ว่าเมืองแห่งนี้อยู่ภายใต้แรงกดดันและมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างปกติสุข พร้อมระบุว่าศักดิ์ศรีของประเทศสเปนกำลังเป็นเดิมพันในเซวตาเวลานี้ ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซันเชซ จากพรรคสังคมนิยม ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสงบสติอารมณ์ พร้อมกล่าวหาว่าพรรคประชาชน (PP) ของบีบัสและพรรคขวาจัดว็อกซ์ (Vox) กำลังเป็นผู้สุมไฟความขัดแย้ง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"เราได้ยินวาทกรรมและความเห็นในช่วงหลายสัปดาห์นี้ที่มีส่วนสร้างตราบาปให้ผู้อพยพและหล่อเลี้ยงความแตกแยกทางสังคม ในเวลาที่เราต้องการความรับผิดชอบและภาวะรัฐบุรุษมากที่สุด"

เฟร์นันโด กรันเด-มาร์ลัสกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสเปน

ในสัปดาห์เดียวกัน รัฐบาลกลางได้ใช้อำนาจเข้ามารวมศูนย์การจัดการสถานการณ์แทนที่หน่วยงานท้องถิ่น ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลตอบสนองต่อวิกฤตล่าช้า ความไม่พอใจของชาวเมืองส่วนใหญ่ดูเหมือนจะมาจากแผนการของรัฐบาลที่จะย้ายผู้อพยพเข้าไปอยู่ในอาคารสาธารณะที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์กีฬา เพื่อดำเนินการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นระเบียบและส่งตัวผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ลี้ภัยกลับโมร็อกโก ซึ่งนายกเทศมนตรีบีบัสและชาวบ้านส่วนใหญ่คัดค้านเนื่องจากเกรงว่าผู้อพยพจะเข้ามาอยู่ใกล้เขตที่อยู่อาศัยมากเกินไป

วิกฤตผู้อพยพในเมืองเซวตาและเมลียาถือเป็นจุดอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์มายาวนาน เนื่องจากโมร็อกโกยังคงอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนเหล่านี้ในฐานะดินแดนโพ้นทะเลของสเปนในทวีปแอฟริกาเหนือ การที่ปัญหาผู้อพยพปะทุขึ้นจึงมักถูกมองว่าเชื่อมโยงกับเกมการเมืองระหว่างประเทศและการใช้แรงกดดันทางการทูต ขณะที่รัฐบาลกลางและฝ่ายท้องถิ่นของสเปนยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในการบริหารจัดการปัญหาด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงควบคู่กันไป

ที่มา: BBC World

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้