Booking Holdings ขึ้นนำ B2B แซง Expedia ด้วยยอดจองห้องพัก
บทวิเคราะห์ใหม่จาก BTIG เผย Booking Holdings มี B2B กว่า 196 ล้านคืน แซง Expedia ที่ 170 ล้านคืน พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- BTIG ประเมิน Booking Holdings ครองแชมป์ B2B ที่ 196 ล้านคืน มากกว่า Expedia
- ยอดจองของ Booking สูงกว่า Expedia ประมาณ 15% แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขทางการเงิน
- Booking เตรียมรวมหน่วยงาน B2B ทั้งหมดใต้การนำของ Omri Morgenshtern ซีอีโอ Agoda ต้นปี 2027
- แม้ Booking จะมีฐานใหญ่กว่า แต่ Expedia เติบโตเร็วกว่าและมีผลิตภัณฑ์ White-label ที่แข็งแกร่งกว่า
วงการท่องเที่ยวโลกกำลังสั่นคลอนเมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขประเมินครั้งใหม่จาก Wall Street ซึ่งพลิกโฉมความเชื่อเดิมเกี่ยวกับตลาด B2B (Business-to-Business) ระหว่างสองยักษ์ใหญ่อย่าง Booking Holdings และ Expedia โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างปักใจเชื่อว่า Expedia คือผู้นำตัวจริงในการทำธุรกิจแบบ B2B ซึ่งรวมถึงการขายห้องพักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และรถเช่าให้กับธนาคาร สายการบิน และพาร์ทเนอร์รายอื่น ๆ ไม่ใช่การขายตรงให้ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม เจค ฟูลเลอร์ (Jake Fuller) นักวิเคราะห์จาก BTIG ได้เปิดเผยรายงานการวิจัยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวอาจไม่เป็นความจริงอีกต่อไป จากการประเมินพบว่าธุรกิจ B2B ของ Booking Holdings มียอดจองห้องพักสูงถึงประมาณ 196 ล้านคืนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่ายอดจองประมาณ 170 ล้านคืนผ่านธุรกิจพาร์ทเนอร์ของ Expedia อยู่ราว 15%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ฟูลเลอร์ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความเข้าใจที่ว่าธุรกิจ B2B ของ Booking มีขนาดเล็กเกิดจากการที่บริษัทไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินใด ๆ เกี่ยวกับส่วนนี้เลย ตรงกันข้ามกับ Expedia ที่เปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา ส่วนงาน B2B ของ Expedia มีรายได้เติบโตขึ้น 23% สู่ระดับ 1,500 ล้านบาท (หรือ 1.5 พันล้านดอลลาร์) เมื่อเทียบกับการเติบโต 8% ของธุรกิจฝั่งผู้บริโภคที่มีมูลค่า 2,700 ล้านบาท
"ข้อตกลงคือธุรกิจ B2B ของ BKNG น่าจะมีขนาดเล็กเนื่องจากขาดการเปิดเผยข้อมูล แต่ นั่นไม่ใช่ข้อสรุปที่เราได้มา"
แม้ตัวเลขประเมินนี้จะดูน่าตกใจและน่าเชื่อถือ แต่เซธ บอร์โก (Seth Borko) จาก Skift Research ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวมีความเปราะบางสูง เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสมมติฐาน เช่น การเปลี่ยนตัวเลขจาก 56% เป็น 55% หรือ 64% เป็น 65% อาจทำให้ยอดจองลดลงไปถึง 37 ล้านคืน และส่งผลให้ Booking ตกลงมาอยู่ต่ำกว่า Expedia ได้ทันที
การวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวเลขปริมาณห้องพักของ Booking จะดูเหนือกว่าในปัจจุบัน แต่ในแง่ของคุณภาพและการเติบโตยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่ง Expedia มีอัตราการเติบโตของรายได้ B2B ในระดับไฮทีน (สูงถึงเกือบ 20%) และมีผลิตภัณฑ์ White-label ที่ครบเครื่องกว่า ในขณะที่ระบบเชื่อมต่อพาร์ทเนอร์บางส่วนของ Booking เป็นเพียงการลิงก์ตรงไปยังหน้าเว็บไซต์ Booking.com เท่านั้น ซึ่งเจ้าของโรงแรมและผู้จัดการรายได้ต้องติดตามเรื่องการควบคุมการจัดจำหน่ายอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ Booking Holdings กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยจะรวมหน่วยงาน B2B สามแห่งที่แข่งขันกันเอง ได้แก่ Agoda, Booking.com และ Priceline เข้าไว้ภายใต้การบริหารของ ออมริ โมเกนชเทิร์น (Omri Morgenshtern) ซีอีโอของ Agoda ในช่วงต้นปี 2027 ซึ่งการรวมหน่วยงานนี้อาจกดดันให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) บังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินแยกส่วนอย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้นี้
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น