ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Booking Holdings ขึ้นนำ B2B แซง Expedia ด้วยยอดจองห้องพัก

บทวิเคราะห์ใหม่จาก BTIG เผย Booking Holdings มี B2B กว่า 196 ล้านคืน แซง Expedia ที่ 170 ล้านคืน พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจปี 2027

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
29 Aug 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Booking Holdings ขึ้นนำ B2B แซง Expedia ด้วยยอดจองห้องพัก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • BTIG ประเมิน Booking Holdings ครองแชมป์ B2B ที่ 196 ล้านคืน มากกว่า Expedia
  • ยอดจองของ Booking สูงกว่า Expedia ประมาณ 15% แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขทางการเงิน
  • Booking เตรียมรวมหน่วยงาน B2B ทั้งหมดใต้การนำของ Omri Morgenshtern ซีอีโอ Agoda ต้นปี 2027
  • แม้ Booking จะมีฐานใหญ่กว่า แต่ Expedia เติบโตเร็วกว่าและมีผลิตภัณฑ์ White-label ที่แข็งแกร่งกว่า

วงการท่องเที่ยวโลกกำลังสั่นคลอนเมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขประเมินครั้งใหม่จาก Wall Street ซึ่งพลิกโฉมความเชื่อเดิมเกี่ยวกับตลาด B2B (Business-to-Business) ระหว่างสองยักษ์ใหญ่อย่าง Booking Holdings และ Expedia โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างปักใจเชื่อว่า Expedia คือผู้นำตัวจริงในการทำธุรกิจแบบ B2B ซึ่งรวมถึงการขายห้องพักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และรถเช่าให้กับธนาคาร สายการบิน และพาร์ทเนอร์รายอื่น ๆ ไม่ใช่การขายตรงให้ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม เจค ฟูลเลอร์ (Jake Fuller) นักวิเคราะห์จาก BTIG ได้เปิดเผยรายงานการวิจัยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวอาจไม่เป็นความจริงอีกต่อไป จากการประเมินพบว่าธุรกิจ B2B ของ Booking Holdings มียอดจองห้องพักสูงถึงประมาณ 196 ล้านคืนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่ายอดจองประมาณ 170 ล้านคืนผ่านธุรกิจพาร์ทเนอร์ของ Expedia อยู่ราว 15%

travel industry market research data analysis screen

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

196ล้านยอดจองห้องพัก B2B ของ Booking
170ล้านยอดจองห้องพัก B2B ของ Expedia
15%ส่วนต่างที่ Booking เหนือกว่า

ฟูลเลอร์ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความเข้าใจที่ว่าธุรกิจ B2B ของ Booking มีขนาดเล็กเกิดจากการที่บริษัทไม่มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินใด ๆ เกี่ยวกับส่วนนี้เลย ตรงกันข้ามกับ Expedia ที่เปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา ส่วนงาน B2B ของ Expedia มีรายได้เติบโตขึ้น 23% สู่ระดับ 1,500 ล้านบาท (หรือ 1.5 พันล้านดอลลาร์) เมื่อเทียบกับการเติบโต 8% ของธุรกิจฝั่งผู้บริโภคที่มีมูลค่า 2,700 ล้านบาท

"ข้อตกลงคือธุรกิจ B2B ของ BKNG น่าจะมีขนาดเล็กเนื่องจากขาดการเปิดเผยข้อมูล แต่ นั่นไม่ใช่ข้อสรุปที่เราได้มา"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เจค ฟูลเลอร์ (Jake Fuller)

แม้ตัวเลขประเมินนี้จะดูน่าตกใจและน่าเชื่อถือ แต่เซธ บอร์โก (Seth Borko) จาก Skift Research ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวมีความเปราะบางสูง เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสมมติฐาน เช่น การเปลี่ยนตัวเลขจาก 56% เป็น 55% หรือ 64% เป็น 65% อาจทำให้ยอดจองลดลงไปถึง 37 ล้านคืน และส่งผลให้ Booking ตกลงมาอยู่ต่ำกว่า Expedia ได้ทันที

การวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่า แม้ตัวเลขปริมาณห้องพักของ Booking จะดูเหนือกว่าในปัจจุบัน แต่ในแง่ของคุณภาพและการเติบโตยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่ง Expedia มีอัตราการเติบโตของรายได้ B2B ในระดับไฮทีน (สูงถึงเกือบ 20%) และมีผลิตภัณฑ์ White-label ที่ครบเครื่องกว่า ในขณะที่ระบบเชื่อมต่อพาร์ทเนอร์บางส่วนของ Booking เป็นเพียงการลิงก์ตรงไปยังหน้าเว็บไซต์ Booking.com เท่านั้น ซึ่งเจ้าของโรงแรมและผู้จัดการรายได้ต้องติดตามเรื่องการควบคุมการจัดจำหน่ายอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ Booking Holdings กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยจะรวมหน่วยงาน B2B สามแห่งที่แข่งขันกันเอง ได้แก่ Agoda, Booking.com และ Priceline เข้าไว้ภายใต้การบริหารของ ออมริ โมเกนชเทิร์น (Omri Morgenshtern) ซีอีโอของ Agoda ในช่วงต้นปี 2027 ซึ่งการรวมหน่วยงานนี้อาจกดดันให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) บังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินแยกส่วนอย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้