ณัฐพงษ์ จี้ กกต. ส่งสำนวนฮั้ว สว. ชี้จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ
ณัฐพงษ์ เร่ง กกต. ส่งสำนวนฮั้ว สว. ไปศาลฎีกา ชี้เวทีผู้นำฝ่ายค้านผลักดันการเมืองประชาธิปไตย ย้ำหน้าที่ไม่ใช่ชี้ถูกผิดแต่ส่งต่อเมื่อมีมูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ณัฐพงษ์เปิดเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านผลักดันการเมืองประชาธิปไตย
- ชี้กระบวนการฮั้ว สว. เป็นจุดเริ่มต้นของการกินรวบอำนาจในประเทศ
- จี้ กกต. ส่งสำนวนคดีให้ศาลฎีกาตามหน้าที่เมื่อเชื่อได้ว่ามีโกง
นายณัฐพงษ์เปิดเผยในการจัดเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าองค์ประกอบดังกล่าวมีความสำคัญยิ่งในการร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และปฏิเสธระบบอำนาจนิยมที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามกินรวบอำนาจไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันผลักดันอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงข้อกังวลของนักวิเคราะห์หลายคนที่มองว่าการเอาผิดผู้กระทำผิดในคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ยากลำบากและแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ 4 จาก 7 คน ถูกเลือกมาจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และหลายคนก็มีรายชื่ออยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในการคาดหวังให้บุคคลเหล่านี้ใช้อำนาจชี้มูลความผิด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
บริบททางการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และบทบาทขององค์กรอิสระอย่าง กกต. มักเผชิญกับข้อท้าทายเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบถ่วงดุล โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างการแต่งตั้งมีความเกี่ยวโยงกันระหว่างผู้มีอำนาจในอดีตและผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน การเรียกร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาจึงเป็นกลไกตามกฎหมายที่มุ่งหวังให้กระบวนการพิจารณาคดีมีความเป็นอิสระนอกเหนือจากการตรวจสอบภายในของ กกต. เอง
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์เชื่อมั่นว่านักการเมืองมีหน้าที่ผลักดันสังคมไปข้างหน้าและเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองไม่ควรติดอยู่แค่ในกรอบความคิดเดิม ๆ แต่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนผ่านเวทีสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างแรงกดดันทางสังคม
"หน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่เรื่องของการชี้ถูกชี้ผิด แต่กฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างชัด ว่า แค่ควรเชื่อได้ว่า มีการโกง สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต คือการส่งสำนวนต่อไปให้ศาลฎีกา"
ณัฐพงษ์
นายณัฐพงษ์ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ กกต. ว่าไม่ได้มีหน้าที่ในการตัดสินชี้ขาดความผิดด้วยตนเอง แต่หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กองอำนวยการหรือผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนต่อไปยังศาลฎีกา พร้อมทั้งระบุว่ากำหนดการในวันที่ 14 กันยายน จะเป็นโอกาสสำคัญในการใช้เวทีสาธารณะผลักดันเรื่องนี้ให้มีความคืบหน้ายิ่งขึ้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น