Netflix ปิดสตูดิโอเกม ปรับกลยุทธ์เป็นเครื่องมือการตลาด
Netflix ถอนตัวจากการพัฒนาเกมระดับ AAA ปรับโมเดลธุรกิจใหม่สู่พื้นที่การตลาด เริ่มต้นด้วยดีลใหญ่ฉายตัวอย่าง GTA VI ความยาว 26 นาที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Netflix พลิกกลยุทธ์เลิกทำสตูดิโอเกมเอง หันมารับหน้าที่เป็นเครื่องมือการตลาดให้เกมฟอร์มยักษ์
- ประเดิมดีลใหญ่ร่วมมือกับ Rockstar Games และ Take-Two นำเสนอตัวอย่าง Grand Theft Auto VI ยาว 26 นาที
- รายละเอียดใหม่ของ GTA 6 เผยระบบดาวหนีตำรวจ 6 ระดับ ระบบเก็บของในรถ และโซเชียลมีเดียในเกม
- โยสต์ ฟาน เดรอเนิน อาจารย์จาก NYU Stern มองว่าเป็นโมเดลวิน-วินที่ช่วยให้ค่ายเกมเข้าถึงฐานสมาชิก 325 ล้านบัญชี
Netflix กำลังปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยถอยห่างจากการเป็นผู้พัฒนาเกมระดับ AAA เพื่อมุ่งเน้นการดึงดูดผู้ใช้งานให้เข้าสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงผ่านรูปแบบใหม่ แทนที่จะผลิตเกมเอง บริษัทเลือกเปลี่ยนบทบาทมาเป็นช่องทางการตลาดสำหรับเกมฟอร์มยักษ์ โดยประเดิมความร่วมมือครั้งแรกกับ Rockstar Games และ Take-Two Interactive ในการฉายวิดีโอตัวอย่างพิเศษ Grand Theft Auto VI: An Extended Look ซึ่งมีความยาวราว 26 นาที และเปิดเผยภาพเกมเพลย์จริงของ Grand Theft Auto VI เป็นครั้งแรก
ภายในวิดีโอตัวอย่างดังกล่าวได้เผยให้เห็นรายละเอียดใหม่ๆ ที่น่าสนใจของเกมเพลย์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้:
- ระบบการถูกตำรวจไล่ล่าที่เพิ่มระดับความเข้มข้นกลับมาสูงสุดถึง 6 ดาว
- ระบบการเก็บเสื้อผ้าและอาวุธไว้ภายในรถ เพื่อใช้สับเปลี่ยนรูปลักษณ์ระหว่างช่วงเวลาหลบหนี
- สภาพร่างกายของตัวละครหลักที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาที่ใช้ในการหลบหนีตำรวจ
- ระบบโซเชียลมีเดียภายในเกมที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถขับเคลื่อนเนื้อหาให้เกิดการแพร่กระจายได้
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือว่ามีความแปลกใหม่และผิดปกติจากวิถีปฏิบัติทั่วไป เนื่องจากเกม Grand Theft Auto VI เป็นเกมที่อยู่ในกระแสความสนใจของผู้เล่นทั่วโลกอยู่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า ฝ่ายใดเป็นผู้จ่ายเงินระหว่าง Netflix หรือฝั่ง Take-Two เพื่อแลกกับการเข้าถึงฐานสมาชิกจำนวนมหาศาลของ Netflix ที่มีมากกว่า 325 ล้านบัญชีทั่วโลก
การปรับตัวของ Netflix ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการ monetization ฐานสมาชิกหลักร้อยล้านรายด้วยวิธีที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการพัฒนาซอฟต์แวร์เอง การใช้แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอมาเป็นช่องทางพรีวิวคอนเทนต์เกมระดับบล็อกบัสเตอร์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการผสานอุตสาหกรรมสตรีมมิงและวิดีโอเกมเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดใหม่ให้แพลตฟอร์มอื่นทำตามในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงบทบาทดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Netflix ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรกับการทำธุรกิจเกมด้วยตัวเอง โดยบริษัทได้เริ่มเปิดให้บริการเกมบนแพลตฟอร์มของตนเองมาตั้งแต่ปี 2021 แต่พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นเกมเหล่านั้นอย่างจริงจัง ส่งผลให้ Netflix ต้องทยอยปิดสตูดิโอเกมที่ตนเองถือครองอยู่ลงทีละแห่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"เน็ตฟลิกซ์คือศูนย์กลางการกระจายเนื้อหาที่เข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลได้ และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรูปแบบที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และบริการสตรีมมิงวิดีโอจะทำงานร่วมกับผู้ผลิตเกม"
โยสต์ ฟาน เดรอเนิน อาจารย์ประจำ NYU Stern School of Business
โยสต์ ฟาน เดรอเนิน อาจารย์ประจำ NYU Stern School of Business ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจวิดีโอเกม ได้ให้ความเห็นว่าความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย โดยมองว่า Netflix ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการกระจายเนื้อหาที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมจำนวนมหาศาล และนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรูปแบบที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และบริการสตรีมมิงวิดีโอจะร่วมมือกับผู้ผลิตเกม
นอกจากนี้ เขายังเสริมว่า Netflix สามารถทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการเปิดทางให้ผู้จัดจำหน่ายเกมเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขวางกว่าผู้ผลิตคอนโซลทั่วไป และยังช่วยให้กลุ่มผู้ชมที่ไม่ใช่เกมเมอร์ได้ทำความคุ้นเคยกับเกมที่กำลังจะวางจำหน่าย ซึ่งทำให้ Netflix แปลสภาพกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกมระดับบล็อกบัสเตอร์
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น