ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Techsauce Global Summit 2026: ปาฐกถาปิดงานโดย ศ.ดร.ยศชนัน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ขึ้นกล่าวปิดงาน Techsauce Global Summit 2026 พร้อมประกาศไทยพร้อมหนุนแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพสู่ระดับสากล

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
30 Aug 2026ที่มา: Techsauce3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Techsauce Global Summit 2026: ปาฐกถาปิดงานโดย ศ.ดร.ยศชนัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Techsauce ยกระดับจากงานประชุมสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ประเทศไทยควรภาคภูมิใจ
  • ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศภาครัฐพร้อมร่วมมือรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและนักลงทุน
  • เน้นย้ำความสำคัญของ Science Diplomacy และการแยกเทคโนโลยีออกจากความขัดแย้งการเมือง
  • ไทยเตรียมปรับกฎระเบียบสู่มาตรฐาน OECD และหนุนการเป็น Living Lab สำหรับ Open Innovation

งาน Techsauce Global Summit 2026 ได้เดินทางมาถึงช่วงท้ายอย่างเป็นทางการ โดยมีปาฐกถาปิดงานที่น่าสนใจจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งได้ขึ้นกล่าวสรุปถึงบทบาทสำคัญของงานนี้ที่มีต่ออนาคตของประเทศไทยและวงการเทคโนโลยีระดับโลก

ในคำกล่าวปิดงาน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่าในปัจจุบัน Techsauce ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงงาน Conference ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศที่คนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจ พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ได้พบกับ มิหมี อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Techsauce ที่ร้านกาแฟใน MIT Media Lab เมื่อหลายปีก่อน โดยชื่นชมความมุ่งมั่นในการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโอกาสเข้าไว้ด้วยกัน จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของสตาร์ทอัพนานาชาติในรอบสิบปีที่ผ่านมา

10 ปีแห่งความสำเร็จของ Techsauce สู่หมุดหมายระดับโลก
3 วันของการเรียนรู้และสร้างเครือข่ายภายในงาน 2026

นอกเหนือจากเรื่องของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI แล้ว งานในปีนี้ยังครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีในหลากหลายสาขา เช่น Wellness และ FoodTech ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมในยุคปัจจุบันสามารถนำไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างไร นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เน้นย้ำถึงแนวคิดเรื่อง Science Diplomacy และ Innovation Diplomacy โดยระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองของนักการเมืองไม่ควรเข้ามาขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถช่วยชีวิตมนุษย์ได้ พร้อมยกตัวอย่างบทเรียนจากวิกฤต COVID-19 ที่พิสูจน์แล้วว่าโลกไม่สามารถรับมือกับปัญหาใหญ่ได้ด้วยการทำงานเพียงลำพังประเทศเดียว

"หากนักการเมืองมีปัญหาระหว่างกัน ก็ให้เป็นเรื่องของการเมือง แต่เราควรแยกเทคโนโลยีออกจากความขัดแย้งทางการเมือง เพราะเทคโนโลยีสามารถสร้างสิ่งที่ดีให้กับมนุษย์ได้"

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
business conference speaker presentation screen daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การชูแนวคิด Science Diplomacy หรือการทูตทางวิทยาศาสตร์ของภาครัฐไทยในเวที Techsauce Global Summit 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายสาธารณะกับระบบนิเวศสตาร์ทอัพไร้พรมแดน การที่ประเทศไทยวางตัวเป็นกลางและมุ่งปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ไม่เพียงแต่ช่วยลดอุปสรรคทางกฎระเบียบ แต่ยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติกล้าใช้ไทยเป็นฐานทดลองนวัตกรรมขั้นสูงในระยะยาว

ในส่วนของคำแนะนำสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ศ.ดร.ยศชนัน ได้ให้มุมมองที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละกลุ่ม โดยระบุว่าผู้ประกอบการควรนำเสียงตอบรับตลอดสามวันที่ผ่านมาไปปรับปรุงและทดลองทำสิ่งใหม่ ส่วนนักลงทุนจะได้พบกับโอกาสทางธุรกิจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่สนใจเส้นทางสตาร์ทอัพจะต้องมองให้ไกลกว่าเรื่องเงินลงทุน แต่มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาจริงของผู้ใช้และสังคม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืน

ช่วงท้ายของปาฐกถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ยืนยันว่าประเทศไทยจะรักษาความเป็นกลางและมุ่งมั่นเป็นประเทศที่ทุกฝ่ายไว้วางใจได้ โดยกำลังเร่งปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD พร้อมทั้งเตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาทำวิจัยและพัฒนาในฐานะ Living Lab ได้อย่างเต็มที่ และได้ฝากให้ทุกคนร่วมกันคิดธีมงานสำหรับ Techsauce Global Summit 2027 เพื่อผลักดันความสำเร็จของคนไทยสู่เวทีโลกต่อไปร่วมกัน

ที่มา: Techsauce

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้