ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ครม.สัญจรสงขลา 2569: ธนกรซัดฝ่ายค้านปมปิดถนน

ธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มั่นใจ ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค. - 1 ก.ย. 69 อัดฉีดงบกว่า 5.7 หมื่นล้าน พร้อมสวนฝ่ายค้านปมปิดถนน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
30 Aug 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ครม.สัญจรสงขลา 2569: ธนกรซัดฝ่ายค้านปมปิดถนน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ธนกร วังบุญคงชนะ มั่นใจ ครม.สัญจร จ.สงขลา ระหว่าง 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 สร้างประโยชน์แก่ประชาชนใต้
  • รัฐบาลเตรียมผลักดัน 199 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางคู่สายใต้กว่า 1 แสนล้านบาท
  • โต้ฝ่ายค้านและพรรคประชาชนปมปิดถนน ชี้เป็นการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานปกติทุกรัฐบาล
  • แนะฝ่ายค้านเลิกเหน็บแนมรายวัน หันมาโฟกัสการแก้ปัญหาอุทกภัยและความมั่นคงให้คนใต้แทน

นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความพร้อมและทิศทางในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยระบุว่าการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งนี้ เน้นย้ำเป้าหมายสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อน ข้อเสนอแนะ ตลอดจนข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การประชุมในเชิงนโยบายบนโต๊ะทำงานเท่านั้น

ก่อนหน้าที่การประชุม ครม.สัญจรจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรดารัฐมนตรีทุกคนมีกำหนดการต้องลงพื้นที่ล่วงหน้าก่อนหนึ่งวันเต็ม เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนรายได้ประชากรที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำสำหรับกลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งมีการเสนอโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 199 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณเบื้องต้นมากกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท

Thailand government meeting room presentation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

199โครงการพัฒนา
5.7 หมื่นล้านวงเงินเบื้องต้นภาคใต้
1 แสนล้านรถไฟทางคู่สายใต้

นอกจากงบประมาณในโครงการกลุ่มจังหวัดภาคใต้แล้ว รัฐบาลยังเตรียมผลักดันเมกะโปรเจกต์สำคัญอีกหลายรายการ อาทิ การเสนอขออนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 เส้นทาง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมจากจังหวัดชุมพรยาวไปจนถึงปาดังเบซาร์ ด้วยวงเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท รวมไปถึงการเซ็นสัญญาก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ช่วงกระแสสินธุ์ถึงเขาชัยสน สะพานเชื่อมเกาะลันตา และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการพัฒนาอำเภอจะนะ โดยยึดผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนนโยบายภูมิภาค แต่ในขณะเดียวกันก็มักเป็นประเด็นทางการเมืองที่ฝ่ายค้านมักตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณแผ่นดินและการบริหารจัดการการลงพื้นที่ สำหรับกรณีพื้นที่ชายแดนภาคใต้ การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟทางคู่และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากถือเป็นโจทย์ท้าทายระยะยาวที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ในประเด็นที่ฝ่ายค้านและ ส.ส. จากพรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดการจราจรที่มีการปิดถนนในพื้นที่จังหวัดสงขลานั้น นายธนกรได้ชี้แจงว่า ทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมไว้ครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งสถานที่ การอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย การจัดนิทรรศการ และการบริหารจัดการงบประมาณ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนลงพื้นที่ก็ต้องดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยสูงสุด พร้อมกับยืนยันว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีการปิดถนนเพื่อต้อนรับนายกรัฐมนตรีตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

"อยากให้ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันคิดว่าจะเดินหน้าเพื่อพี่น้องประชาชนภาคใต้ในอนาคตอย่างไร ให้ความสำคัญกับการติดตามการแก้ไขและป้องกันปัญหาอุทกภัย รวมถึงด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก ดีกว่าเหน็บแนมป้ายสีรัฐบาลรายวันโดยที่คนใต้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ถ้าฝ่ายค้านคิดถึงสิ่งที่คนใต้จะได้รับให้มากขึ้น คิดถึงคะแนนเสียงตัวเองให้น้อยลงหน่อยก็คงจะดี"

ธนกร วังบุญคงชนะ

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้