ชัยชนะ ชื่นชม พลพีร์-วรศิษฎ์ ปราบทุนเทา-สแกมเมอร์
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.ประชาธิปัตย์ ชื่นชม พลพีร์ และวรศิษฎ์ ลุยปราบแก๊งสแกมเมอร์และทุนเทาจีน พร้อมจี้ขยายผลตรวจเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชมผลงานปราบสแกมเมอร์และทุนเทาของ พลพีร์-วรศิษฎ์
- ยกเคสเข้าตรวจผับ KTV ย่านห้วยขวางเป็นตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมายที่จับต้องได้
- จี้ขยายผลตรวจค้นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต
- เน้นย้ำต้องทำงานเชิงรุกต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเป็นฐานอาชญากรรมข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการปฏิบัติงานของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.2 และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ มท.4 เกี่ยวกับการเดินหน้าปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์และกลุ่มทุนเทาชาวจีน โดยระบุว่าบุคคลทั้งสองทำหน้าที่อย่างจริงจังจนเกิดผลงานที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริงในเวลานี้
นายชัยชนะ ระบุว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับสถานบันเทิงประเภท KTV ในพื้นที่ห้วยขวาง ซึ่งพบปัญหาการประกอบกิจการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่สะท้อนถึงการจัดการกับธุรกิจที่อาจพัวพันกับกลุ่มทุนต่างชาติและการมั่วสุมผิดกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
"ผมขอชื่นชม มท.2 และ มท.4 ที่เดินหน้าทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา และธุรกิจของกลุ่มต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นปัญหาที่กระทบทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย"
นายชัยชนะ เดชเดโช

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ นายชัยชนะ ยังได้กล่าวเรียกร้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งสองท่าน เร่งขยายขอบเขตการลงพื้นที่ตรวจสอบไปยังเมืองท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเมืองพัทยา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งอื่นๆ เพื่อจัดระเบียบสถานประกอบการที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
การปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาและแก๊งคอลเซ็นเตอร์/สแกมเมอร์ในประเทศไทยถือเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้มักใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการฟอกเงินและตั้งฐานปฏิบัติการหลอกลวงข้ามชาติ การที่ภาครัฐเริ่มเข้ามาจัดระเบียบสถานบันเทิงและกวดขันการถือครองธุรกิจนอมินีจึงเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
พร้อมกันนี้ ยังต้องตรวจสอบการเข้ามาดำเนินธุรกิจของกลุ่มทุนต่างชาติที่อาจฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยการปราบปรามจะต้องไม่จำกัดอยู่เพียงแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ต้องเข้าตรวจตราให้ทั่วถึงทั้งเรื่องใบอนุญาต การประกอบการ การใช้แรงงานต่างด้าว ตลอดจนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมั่วสุมผิดกฎหมาย
ในช่วงท้าย นายชัยชนะเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาภัยจากสแกมเมอร์และทุนเทาจำเป็นต้องอาศัยการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่รองรับปฏิบัติการของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกับทุกกลุ่มไม่มีข้อยกเว้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น