Ta-Chien Sun เบื้องหลัง AI สร้างวิชวลเอฟเฟกต์ระดับโลก
Ta-Chien Sun ประธาน Digital Vizen เผยเบื้องหลังการใช้ AI และเอเจนต์ในงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่งาน Techsauce Global Summit 2026

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Ta-Chien Sun นำ AI และเอเจนต์สร้างโฆษณาเสร็จใน 10 นาที
- Digital Domain แยกทีมตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Digital Vizen
- การเปลี่ยนผ่านองค์กรต้องอาศัยการบริหารคนไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์
- มนุษย์ดิจิทัลนำตำนานอย่างเติ้ง ลี่จวินและเหมย เยี่ยนฟางกลับมา
วิดีโอโฆษณารองเท้าถูกฉายขึ้นจอกลางเวที Techsauce Global Summit 2026 ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล ใบหน้าตัวละครคงเส้นคงวา และรายละเอียดอยู่ในระดับที่ดูไม่ออกว่าต่างจากงานถ่ายทำจริง คนบนเวทีระบุว่าทั้งหมดสร้างขึ้นจากรูปถ่ายเพียงใบเดียวกับข้อความสั้น ๆ และใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ผู้ที่กดเล่นวิดีโอนั้นคือคุณ Ta-Chien Sun, Ph.D. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Digital Vizen และกรรมการบริหาร Digital Domain สตูดิโอวิชวลเอฟเฟกต์ที่อยู่เบื้องหลังงานภาพของภาพยนตร์ Titanic และตัวละคร Thanos ในจักรวาล Avengers โดยขึ้นพูดในเซสชัน AI in Entertainment: Where the Blockbusters Are Really Being Made ซึ่งมีคุณแชมป์ ธกฤต สมบัตินันท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
ข้อสรุปที่คุณ Ta-Chien วางไว้เป็นแกนของทั้งเซสชันไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของเครื่องมือ แต่อยู่ที่ประโยคที่ย้ำตอนปิดเวทีว่าเทคโนโลยีไม่ควรกลายเป็นตัวเรื่องเสียเอง แต่ควรทำหน้าที่ช่วยให้เราเล่าเรื่องได้ และทุกหัวข้อที่เล่าต่อจากนั้น ล้วนเป็นการตรวจสอบข้อสรุปเดียวกันนี้ ก่อนจะมาเป็นคนทำหนัง คุณ Ta-Chien ใช้เวลา 14 ปีเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน โดยระบุสั้น ๆ ว่าการเมืองในไต้หวันน่าเบื่อ พอมีโอกาสจึงข้ามมาอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงเต็มตัว และเมื่อถูกถามว่าผลงานเรื่องไหนที่ชอบที่สุด คำตอบคือมีหลายเรื่อง รวมถึงงานในจักรวาล Avengers เช่น Avengers: Doomsday และภาคใหม่ของ Spider-Man

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
คนส่วนใหญ่มองว่าการเมืองกับเทคโนโลยีเป็นคนละโลกกัน แต่คุณ Ta-Chien ระบุว่าสองสนามนี้มีอะไรเหมือนกัน บทเรียนสำคัญจาก 14 ปีในสภาคือการเปลี่ยนผ่านไม่ได้ตัดสินกันที่ใครมีไอเดียดีที่สุด แต่ตัดสินกันที่คน บทเรียนข้อนั้นถูกนำมาใช้จริงตอนที่คุณ Ta-Chien รับหน้าที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ที่ Digital Domain ซึ่งกินเวลาถึงสามปีและยากกว่าที่คิด อุปสรรคไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่สตูดิโอแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปินระดับเจ้าของรางวัลออสการ์ที่เชื่อว่าตัวเองเก่งกว่าโมเดล AI การจะโน้มน้าวให้คนกลุ่มนี้ยอมเปลี่ยนวิธีทำงานจึงเป็นโจทย์คนละแบบกับการติดตั้งซอฟต์แวร์ ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรหนึ่งไม่ได้มีแค่ศิลปิน แต่ยังมีโปรดิวเซอร์ ผู้บริหาร และลูกค้า ซึ่งแต่ละกลุ่มมองเรื่อง AI ต่างกัน วิธีที่คุณ Ta-Chien เลือกใช้จึงเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ในสภา คือทำความเข้าใจผลประโยชน์ที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายก่อน แล้วสื่อสารกับคนที่ไม่เห็นด้วย จากนั้นจึงสร้างฉันทามติร่วมกัน
ปลายทางของการโน้มน้าวตลอดสามปีนั้นคือการตัดสินใจแยกทีม AI และทีมมนุษย์เสมือนของ Digital Domain ออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Digital Vizen โดยตั้งใจต่อยอดจากประสบการณ์ 30 ปีของ Digital Domain แต่เดินไปไกลกว่าเดิมด้วยการสร้าง AI Agent สำหรับงานผลิตคอนเทนต์โดยเฉพาะ ความต่างระหว่างโมเดลกับเอเจนต์คือโมเดล AI เป็นระบบที่รอรับคำสั่งแล้วสร้างผลลัพธ์ทีละชิ้น ส่วนเอเจนต์ AI คือระบบที่รับโจทย์ปลายทางแล้วไล่ทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องกันเองจนจบงาน และขั้นถัดไปที่มองเห็นคือ AI ที่เข้าใจโลกกายภาพหรือ World Model ตัวอย่างโฆษณารองเท้าที่นำมาแสดง ลูกค้าส่งมาให้แค่รูปถ่ายรองเท้าใบเดียว ที่เหลือเป็นงานของเอเจนต์ AI ทั้งหมด โดยจุดที่ขอให้สังเกตคือความสม่ำเสมอของตัวละครและการแสดงออกทางสีหน้า ต่างจากคอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำที่เกลื่อนอินเทอร์เน็ต
"เทคโนโลยีไม่ควรกลายเป็นตัวเรื่องเสียเอง แต่ควรทำหน้าที่ช่วยให้เราเล่าเรื่องได้"
Ta-Chien Sun
ความเร็วระดับนั้นย่อมตามมาด้วยคำถามที่ผู้ดำเนินรายการยกขึ้นว่าคนจำนวนมากเชื่อว่า AI ไม่มีวิญญาณ แล้วงานที่ผลิตด้วย AI จะทำให้คนดูรู้สึกร่วมได้อย่างไร คุณ Ta-Chien เลือกตอบด้วยการเปิดวิดีโอเบื้องหลังการสร้างตัวละคร Thanos ประเด็นที่ Thanos สอนไว้คือเทคโนโลยีเพียงลำพังไม่ได้ทำให้เกิดตัวละครดิจิทัลที่ยอดเยี่ยม สิ่งที่ทำให้เกิดคือการแสดงของมนุษย์ต่างหาก เพราะตอนที่คนดูนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ ไม่มีใครสนใจว่าเบื้องหลังมี Polygon กี่ล้านชิ้น สิ่งเดียวที่คนดูสนใจคือเชื่อในตัวละครตรงหน้าหรือไม่ สิ่งที่อยู่ข้างหลังตัวละครดิจิทัลจึงเป็นการแสดงของมนุษย์จริง ทั้งสีหน้า อารมณ์ และจังหวะการพูด
การเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมบันเทิงและวิชวลเอฟเฟกต์สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนและการผลิตชิ้นงานเบื้องต้นให้รวดเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด การผสานระหว่างเทคโนโลยีเอเจนต์และการแสดงอันประณีตของศิลปินจึงเป็นทิศทางหลักของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในอนาคต
ในทางเทคนิค Digital Domain พัฒนาระบบชื่อ Masquerade ขึ้นมาโดยนำภาพใบหน้านักแสดงจากกล้องที่ติดบนหมวกมาแปลงเป็นการสแกนใบหน้าความละเอียดสูงแบบเฟรมต่อเฟรม แล้วส่งต่อไปขับเคลื่อนใบหน้าของ Thanos ใน Avengers: Infinity War และ Avengers: Endgame ตามข้อมูลของ Digital Domain และ fxguide เพื่อรับใช้การแสดงของนักแสดง ถ้าการแสดงของมนุษย์คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครดิจิทัลมีชีวิต คำถามถัดมาคือเทคโนโลยีชุดนี้จะพาไปได้ไกลแค่ไหน คำตอบคือโอกาสอยู่ที่การใช้ AI สร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่เป็นของจริง โดยเปิดผลงานสองชิ้นที่นำซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานกลับมาในรูปแบบดิจิทัล คนแรกคือ Teresa Teng นักร้องระดับตำนานของไต้หวันและจีนที่จากไปตั้งแต่ปี 1995 ส่วนคนที่สองคือ Anita Mui ซูเปอร์สตาร์ของฮ่องกงที่จากไปในปี 2003 ทั้งคู่ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นมนุษย์ดิจิทัลเพื่อให้มรดกทางศิลปะยังส่งต่อถึงคนดูรุ่นใหม่ได้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ของ Digital Domain ระบุว่าโครงการมนุษย์เสมือนของ Teresa Teng เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2013 ขณะที่ประกาศของบริษัทในปี 2016 ระบุว่าได้ทำข้อตกลงกับครอบครัวของ Anita Mui เพื่อขอสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับผลิตมนุษย์เสมือนของศิลปินรายนี้เป็นโครงการที่สอง และจุดที่เน้นย้ำคือขอบเขตของงานไม่ได้หยุดอยู่บนจอ แต่ไปถึงการขึ้นแสดงบนเวทีจริงต่อหน้าผู้ชม 20,000 คน ในรูปแบบคอนเสิร์ตที่ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น