เชลซีเปิดบ้านเฉือนไบรท์ตันสุดมัน 4-3 โคล พาลเมอร์ ซัดชัย
โคล พาลเมอร์ ยิงประตูสุดสวยพาทีมเชลซีเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ คว้าชัยเหนือไบรท์ตัน 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดระทึกที่มีถึง 7 ประตู

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เชลซีเปิดบ้านเฉือนชนะไบรท์ตันไปอย่างดุเดือด 4-3 ในศึกพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
- โคล พาลเมอร์ ซัดประตูชัยสุดสวยในนาทีที่ 75 ช่วยให้สิงห์บลูส์เก็บชัยชนะสำเร็จ
- โอมิเลียโน มาร์ติเนซ และแม็กแซนซ์ ลาครัวซ์ ลงประเดิมสนามให้เชลซีในเกมนี้
- ปาสกาล กรอสส์ ทำประตูปลอบใจให้ไบรท์ตันในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 96
เกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ กลายเป็นแมตช์สุดมันที่มีการทำประตูกันอย่างถล่มทลาย โดยเชลซีสามารถเบียดเอาชนะไบรท์ตันไปได้ด้วยสกอร์ 4-3 ท่ามกลางเสียง เชียร์ ของแฟนบอล ท่ามกลางบรรยากาศอันเร้าใจและการประเดิมสนามของผู้เล่นใหม่หลายราย
เจ้าถิ่นออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงและทะยานขึ้นนำไปก่อนถึง 3-0 จากผลงานของโรมิโอ ลาเวีย ที่ยิงเบิกร่องตั้งแต่นาทีที่ 4 ตามด้วยเปโดร เนโต และการทำประตูใส่ทีมเก่าของชูเอา เปโดร อย่างไรก็ตาม ไบรท์ตันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยไล่ตามมาเป็น 3-2 จากลูกยิงวอลเลย์สุดสวยของมาลิก ยาลคูเย และการทำเข้าประตูตัวเองของชูเอา เปโดร คนเดิม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์เริ่มระทึกขวัญยิ่งขึ้นเมื่อโคล พาลเมอร์ มาซัดประตูสุดสวยด้วยลูกยิงโค้งในนาทีที่ 75 ขยับสกอร์หนีห่างออกไปเป็น 4-2 แม้ว่าช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 96 ปาสกาล กรอสส์ จะโหม่งทำประตูตีตื้นให้ทีมเยือนจากลูกทุ่มไกลอันตราย แต่ก็ไล่ไม่ทัน จบเกมเชลซีรักษากลุ่มผู้นำไว้ได้
"โคล พาลเมอร์ ซัดด้วยลูกยิงโค้งสุดสวยในนาทีที่ 75"
BBC Sport
ในส่วนของการให้คะแนนนักเตะ โคล พาลเมอร์ และเอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูมือใหม่ที่ประเดิมสนามรับหน้าที่เซฟสำคัญหลายครั้ง ได้รับคะแนนความสามารถสูงถึง 8 คะแนน ขณะที่ฝั่งไบรท์ตัน มาลิก ยาลคูเย ผู้ทำประตูแรกและโชว์ฟอร์มได้อย่างกระตือรือร้น ได้รับคะแนน 7 คะแนน เคียงคู่กับปาสกาล กรอสส์ ผู้ทำประตูปิดท้าย
ชัยชนะนัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความดุดันในเกมรุกของเชลซีภายใต้การคุมทีมที่มีการปรับแท็กติกใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังแสดงให้เห็นช่องโหว่ในเกมรับที่เปิดโอกาสให้ไบรท์ตันยิงคืนได้ถึง 3 ประตู ซึ่งเป็นจุดที่ผู้จัดการทีมต้องเร่งแก้ไขเพื่อความสม่ำเสมอในระยะยาว
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น