NASA ปล่อยกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman สำรวจจักรวาล
NASA ส่งกล้องโทรทรรศน์ทรงพลัง Nancy Grace Roman สู่อวกาศจากรัฐฟลอริดา เพื่อไขปริศนาสสารมืด พลังงานมืด และค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- NASA ส่งกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman สู่อวกาศจากรัฐฟลอริดาเมื่อวันอาทิตย์
- มีมุมมองกว้างกว่ากล้องฮับเบิลอย่างน้อย 100 เท่า ตั้งเป้าค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบนับหมื่นดวง
- ใช้เวลาเดินทาง 100 วันไปยังจุดวงโคจรห่างจากโลกประมาณ 1 ล้านไมล์
- ตั้งชื่อตาม แนนซี เกรซ โรมัน หัวหน้านักดาราศาสตร์หญิงคนแรกของ NASA
NASA ประสบความสำเร็จในการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นใหม่ล่าสุด Nancy Grace Roman ขึ้นสู่อวกาศจากฐานยิงในรัฐฟลอริดา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีภารกิจหลักในการสำรวจพลังงานมืด หลุมดำ และไขความลับอื่นๆ ของจักรวาล กล้องโทรทรรศน์ตัวนี้มีความสามารถในการจับภาพมุมกว้างของอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) อย่างน้อย 100 เท่า ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาลได้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด SpaceX Falcon Heavy กล้อง Roman ได้แยกตัวออกจากจรวดในเวลาประมาณ 30 นาทีต่อมา และกำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง 100 วันไปยังจุดสังเกตการณ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1 ล้านไมล์ เพื่อเริ่มต้นภารกิจสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ หรือเอ็กโซดาวเคราะห์ (exoplanets) อย่างเป็นทางการ โดยมีอายุการใช้งานหลักอยู่ที่ 5 ปี และตั้งเป้าหมายให้อยู่ปฏิบัติการได้นานถึง 10 ปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นิกกี ฟอกซ์ ผู้บริหารของ NASA เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า กล้องโทรทรรศน์ตัวนี้จะเข้ามาเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อจักรวาล และคาดว่าจะค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบดวงใหม่ถึงหลายหมื่นดวง หรืออาจสูงถึง 100,000 ดวง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์เข้ามาในงานแถลงข่าวเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมพัฒนาโครงการนี้ด้วย
"Roman is going to change the way we look at the universe. It is going to discover tens of thousands, maybe even 100,000 new exoplanets."
Nicky Fox
กล้องโทรทรรศน์รุ่นนี้ตั้งชื่อตาม แนนซี เกรซ โรมัน นักฟิสิกส์ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักดาราศาสตร์หญิงคนแรกของ NASA ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้รัฐสภาคองเกรสอนุมัติโครงการกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล จนได้รับการยกย่องว่าเป็นมารดาแห่งฮับเบิล โดยในอดีตเธอเคยระบุว่าการค้นหาที่น่าสนใจที่สุดคือพลังงานมืด ซึ่งปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพลังงานมืดและสสารมืดรวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 95% ของจักรวาล
ในทางดาราศาสตร์ สสารมืดทำหน้าที่เสมือนกาวแรงโน้มถ่วงที่ยึดเหนี่ยวเอกภพไว้ด้วยกัน ขณะที่พลังงานมืดทำหน้าที่เป็นแรงผลักที่ขับเคลื่อนให้จักรวาลขยายตัวออกไป การที่ NASA ส่งกล้อง Roman ขึ้นไปสำรวจลึกถึงระดับชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์อันห่างไกล จึงเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่จะช่วยให้มนุษยชาติตอบคำถามคลาสสิกที่ว่า เราอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเอกภพนี้หรือไม่
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น