หน้าฝนงูเข้าบ้าน เช็ก 5 วิธีป้องกันและจุดเสี่ยงที่ต้องรู้
แนะ 5 วิธีป้องกันงูเข้าบ้านช่วงหน้าฝน พร้อมจุดซุกซ่อนยอดฮิตและเบอร์สายด่วน 199 และ 1669 ที่ต้องรู้เมื่อพบสัตว์มีพิษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กำจัดแหล่งอาหาร เช่น หนูและกบ เพื่อตัดวงจรงูเข้าบ้าน
- อุดรอยรั่วและติดตะแกรงท่อน้ำทิ้งป้องกันลูกงูเลื้อยผ่าน
- จัดระเบียบสวน ตัดกิ่งไม้ใกล้ตัวบ้านไม่ให้เป็นทางเดิน
- โทรแจ้งสายด่วน 199 ทันทีเมื่อพบงูและห้ามจับเอง
ช่วงฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสัตว์มีพิษอย่างงูมักหนีน้ำและเข้ามาหลบซ่อนตามมุมต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางสภาพอากาศที่ชื้นแฉะ การรู้เท่าทันพฤติกรรมและวิธีป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายจากสัตว์เลื้อยคลายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางปฏิบัติในการป้องกันงูเข้าบ้านประกอบด้วย 5 วิธีหลัก ได้แก่
- กำจัดแหล่งอาหารของงู: งูมักตามกลิ่นเหยื่อเข้ามาในบริเวณบ้าน โดยมีหนู กบ เขียด อึ่งอ่าง และหนูพุก เป็นอาหารหลัก การจัดการขยะและทำความสะอาดไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของหนูจะช่วยลดปัจจัยดึงดูด
- อุดรอยรั่วและช่องทางเข้า: งูสามารถเลื้อยผ่านช่องว่างขนาดเล็กได้ โดยเฉพาะลูกงู ควรตรวจสอบรอยแตกร้าวตามผนัง ขอบประตู และติดตั้งตะแกรงหรือมุ้งลวดที่มีความแข็งแรงบริเวณท่อน้ำทิ้ง
- จัดระเบียบสวนและตัดแต่งกิ่งไม้: เคลียร์พงหญ้ารกร้าง กองไม้ กองอิฐ หรือเศษวัสดุรอบบ้านที่เป็นมุมอับชื้น รวมถึงตัดแต่งกิ่งไม้ที่พาดใกล้หลังคาเพื่อป้องกันงูเลื้อยขึ้นที่สูง
- ใช้สารระคายเคืองหรือก้อนดับกลิ่น: การโรยปูนขาว สารกำมะถัน หรือใช้น้ำยากลิ่นฉุนรอบรั้วบ้านและจุดอับ จะสร้างความระคายเคืองต่อระบบรับสัมผัสทำให้งูหลีกเลี่ยง
- ติดตั้งตาข่ายหรือรั้วกั้นงู: สำหรับบ้านที่มีพื้นที่สวนกว้าง การติดตั้งตาข่ายตาถี่ขนาดช่องไม่เกิน 1 เซนติเมตร โดยฝังขอบลึกลงไปในดิน จะช่วยป้องกันไม่ให้งูเลื้อยผ่านเข้ามาได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ ยังมีจุดเสี่ยงภายในบ้านที่งูชอบแอบซ่อนตัว ได้แก่ ห้องน้ำโดยเฉพาะชักโครกหรือท่อน้ำทิ้ง ตู้รองเท้าและกองผ้าที่เป็นมุมมืด ห้องครัวและใต้ตู้เย็นที่มีความอบอุ่น รวมถึงฝ้าเพดานและใต้หลังคาที่งูมักขึ้นไปจับหนูหรือนก
การที่งูมักเข้ามาในบ้านช่วงหน้าฝนไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เป็นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดเมื่อแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติถูกน้ำท่วมขัง การเข้าใจจุดอับและพฤติกรรมของงูจึงช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบตัวให้ปลอดภัยขึ้นในระยะยาว มากกว่าการรอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้วค่อยแก้ไข
หากพบงูเลื้อยเข้ามาในบ้าน ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญที่สุดคือ "ตั้งสติและไม่เข้าใกล้" ไม่ควรจับหรือทำร้ายงูด้วยตนเองโดยเฉพาะหากไม่ชำนาญ เพราะอาจเกิดอันตรายจากงูพิษ เช่น งูเห่า งูจงอาง หรืองูกะปะ ให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-3 เมตร สังเกตทิศทาง และรีบโทรแจ้งสายด่วนขอความช่วยเหลือทันที โดยสามารถติดต่อสายด่วนกู้ภัย สปภ. กรุงเทพมหานคร โทร. 199 สายด่วนเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร. 1669 และสายด่วนกรมทางหลวงกรณีเจ็บบนถนน โทร. 1586
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น