อนุทินลั่นฟันโกงสอบท้องถิ่นไม่เว้นคนออก ปัดยุบ ก.สถ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันเดินหน้าเอาผิดคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเต็มที่แม้ผู้เกี่ยวข้องลาออกไปแล้ว พร้อมปัดกระแสข่าวการยุบ ก.สถ.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อนุทินย้ำชัดเจนไม่ยุบคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.สถ.)
- ลั่นเดินหน้าดำเนินคดีโกงสอบท้องถิ่นต่อแม้ผู้กระทำผิดจะลาออก
- ระบุ ป.ป.ช. ตำรวจ ดีเอสไอ ปปง. และ ป.ป.ท. ร่วมสอบสวนครบวงจร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีปัญหาการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดจะดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวด ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่กระทำความผิด แม้ว่าบุคคลดังกล่าวจะยื่นใบลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วก็ตาม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อสังคม
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการยุบคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.สถ.) นายอนุทินได้ย้อนถามกลับทันทีว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากโครงสร้างของคณะกรรมการชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายท้องถิ่น พร้อมกับเน้นย้ำว่าการทำงานทุกอย่างต้องยึดถือระเบียบข้อกฎหมายเป็นหลักสำคัญ จะใช้ความรู้สึกหรือความถูกใจส่วนตัวมาตัดสินไม่ได้ เนื่องจากงานบริหารราชการแผ่นดินจำเป็นต้องยึดความถูกต้องตามเกณฑ์และกฎหมายบ้านเมืองเป็นบรรทัดฐาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานตรวจสอบ นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามา1กำกับดูแลว่า ทาง ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนคดีนี้ โดยได้ประสานความร่วมมือไปยังหลากหลายภาคส่วนเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนมีความรอบด้านและรวดเร็วที่สุด
การตรวจสอบการทุจริตในการสอบแข่งขันราชการท้องถิ่นถือเป็นประเด็นสำคัญที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการไทย การที่หลายหน่วยงานทั้ง ป.ป.ช., ดีเอสไอ, ปปง. และ ป.ป.ท. เข้ามาร่วมมือกันในลักษณะการบูรณาการข้อมูลและการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ช่วยอุดช่องว่างทางกฎหมายและป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีความรับผิดชอบได้แม้จะพยายามหลบเลี่ยงด้วยการลาออกจากตำแหน่งก็ตาม
สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายอนุทินระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เร่งดำเนินการสืบสวนในส่วนของสำนวนคดีอาญา ขณะเดียวกันสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็กำลังเร่งแกะรอยและติดตามเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็เดินหน้าตรวจสอบความผิดทางวินัยและอาญาของข้าราชการที่ร่วมขบวนการอย่างเต็มที่เช่นกัน
นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า จุดยืนในเรื่องนี้มีความชัดเจนและคงเดิมตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่มีอิทธิพลใดๆ สามารถเข้ามาแทรกแซงหรือทำให้กระบวนการยุติธรรมเบี่ยงเบนไปได้ และผู้ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมกับการทุจริตในครั้งนี้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น