กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นปิดจ็อบเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบ 3,868 ราย
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยวันที่ 31 ส.ค. 2568 เป็นวันสุดท้ายของการเพิกถอนข้าราชการเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นรวม 3,868 คน ไร้คนฟ้องร้อง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ยืนยันปิดจ็อบการเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่นรวม 3,868 รายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568
- จากยอดผู้มีปัญหาคะแนน 5,925 ราย พบได้รับการบรรจุจริง 3,868 คน ส่วนอีก 1,000 กว่าคนรอบรรจุถูกระงับการเรียกตัว
- มีผู้ขอดูคะแนนตนเองผ่านกรม สถ. และสำนักงานทั่วประเทศ 76 จังหวัดรวม 1,489 คน โดยยังไม่มีการฟ้องร้องใดๆ
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดสงขลา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเพิกถอนข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งมียอดผู้ถูกตรวจสอบทั้งหมด 5,925 ราย โดยระบุว่ากระบวนการประชุมของคณะกรรมการกลางและคณะกรรมการจังหวัดได้ดำเนินการจนครบถ้วนตามกำหนดเวลาในวันนี้
นายนิรัตน์ชี้แจงถึงตัวเลขที่ปรับลดลงเหลือ 3,868 คนว่า เกิดจากการตรวจสอบและเทียบเคียงข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ พบว่าจากจำนวน 5,925 รายที่มีการแก้ไขคะแนนนั้น มีผู้ที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการไปแล้วจำนวน 3,868 ราย ส่วนอีกกว่า 1,000 รายที่อยู่ในรอบรรจุ ทางหน่วยงานได้ระงับการเรียกบรรจุไว้ ทำให้ดำเนินการครบถ้วนตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย โดยกำหนดให้ทุกจังหวัดลงนามคำสั่งและมีผลพร้อมกันในวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
สำหรับประเด็นข้อกังวลเรื่องการฟ้องร้องทางกฎหมาย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดฟ้องร้องเนื่องจากทาง สถ. ได้นำหลักฐานและผลคะแนนทั้งคะแนนจริงและคะแนนที่ไม่ถูกต้องมาแสดงให้ตรวจสอบอย่างชัดเจน ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าใจและยอมรับ นอกจากนี้ ในจำนวนข้าราชการที่ถูกเพิกถอนยังมีกลุ่มที่ยื่นหนังสือลาออกไปแล้วจำนวน 146 คน ซึ่งทั้งหมดก็รวมอยู่ในยอด 3,868 รายดังกล่าวด้วย
ในด้านการบริหารจัดการบัญชีและการบรรจุทดแทน นายนิรัตน์ระบุว่าภารกิจครั้งนี้มีผู้เข้าสอบเกือบ 300,000 คน และมีผู้ขึ้นบัญชีเกือบ 50,000 คน โดยมีผู้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ากระทำความผิดกว่า 1,000 คน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นในมิติดียวได้โดยคณะทำงานชุดเดียว อย่างไรก็ตาม ทาง สถ. สามารถปฏิบัติภารกิจตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายได้สำเร็จ และเตรียมบรรจุบุคคลใหม่เข้าแทนที่ภายในเดือนตุลาคม 2568 นี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในปัญหาคอรัปชันครั้งใหญ่ของภาครัฐไทยที่ส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน การที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องใช้กระบวนการตรวจสอบคะแนนดิบและเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังนับพันราย สะท้อนถึงความซับซ้อนในการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้าง ขณะที่การส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานตรวจสอบตามกรอบความร่วมมือหรือ MOU เช่น ป.ป.ช. ปปท. และดีเอสไอ ยังเป็นกลไกสำคัญในการเอาผิดทางอาญาควบคู่ไปกับการลงโทษทางวินิจฉัยปกครอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันซ้ำในอนาคต
ในส่วนของคดีความทางอาญา นายนิรัตน์ระบุว่าได้มีการส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจตามบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ได้แก่ ป.ป.ช., ปปท., ตำรวจ, ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการต่อแล้ว พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้นายกรัฐมนตรีรับทราบอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทาง สถ. ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบสามารถขอดูผลคะแนนของตนเองได้ทั้งที่กรม สถ. และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทั่วประเทศ 76 จังหวัด ปรากฏว่าตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันมีผู้เดินทางมาขอดูคะแนนรวมทั้งสิ้น 1,489 คน ซึ่งทุกคนต่างยอมรับหลังเห็นหลักฐานความจริงและเดินทางกลับไป โดยนายนิรัตน์และนายบุญประสงค์ นวลสรายย์ รองอธิบดีกรม สถ. ได้กล่าวแสดงความโล่งอกพร้อมแสดงสัญลักษณ์ปิดฉากภารกิจนี้ร่วมกัน
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น