AIPASS: การดี รีวิวเปรียบเทียบคำตอบระหว่างเวอร์ชันรัฐและฟรี
การดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเปรียบเทียบผลลัพธ์จาก AI บนแพลตฟอร์ม AIPASS ของ สดช. และเวอร์ชันฟรี เมื่อใช้ Prompt เดียวกัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สดช. เปิดให้บริการแพลตฟอร์ม AIPASS อย่างเป็นทางการเมื่อ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา
- ระบบรวบรวมเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนามากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดล
- การดี เลียวไพโรจน์ ทดสอบตั้งคำถามเดียวกันเปรียบเทียบระหว่าง AIPASS และเวอร์ชันฟรี
- ผลลัพธ์ที่ได้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในด้านมุมมองการวิเคราะห์โครงการ
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดให้บริการแพลตฟอร์ม AIPASS ภายใต้โครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์สามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยจุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือการรวบรวมเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนามากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดลมาไว้ในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างหลากหลาย
"OMG!! มาดูความแตกต่างจากการใช้ Gemini 3.1 Flash Lite จากแพลตฟอร์ม #AIPass และ จากที่ใช้โมเดลเดียวกันจากเวอร์ชั่นฟรี Gemini 3.5 Flash Lite คำตอบแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ"
การดี เลียวไพโรจน์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อ นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเปิดเผยผลการทดสอบการใช้งานโมเดล AI ตัวเดียวกัน แต่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างการใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม AIPASS และการใช้งานผ่านเวอร์ชันฟรีทั่วไป
การทดสอบเปรียบเทียบผลลัพธ์จากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาจากโครงสร้างพื้นฐานหรือการตั้งค่า (System Prompt/Guardrails) ที่แตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มภาครัฐอาจมีการกำหนดค่าควบคุมเนื้อหาหรือข้อจำกัดเฉพาะตัว ซึ่งส่งผลต่อโทนการตอบคำถามและการให้มุมมองต่อโครงการของรัฐบาล การทดสอบลักษณะนี้จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจในแวดวงการกำกับดูแล AI และเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล
สำหรับการทดสอบดังกล่าว นางการดีได้ใช้ชุดคำสั่งหรือ Prompt เดียวกัน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนจำนวน 1,621 ล้านบาท ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์มหภาคและผู้ใช้ AI ทั่วไป พร้อมทั้งสอบถามถึงข้อควรระวังต่างๆ
ผลปรากฏว่า การใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม AIPASS (ใช้โมเดล Gemini 3.1 Flash Lite) ให้คำตอบในลักษณะสนับสนุนโครงการว่าเป็นประโยชน์และมีความดีเลิศตามข้อมูลจากภาครัฐที่คุ้นเคย ในขณะที่การใช้โมเดลเดียวกันในเวอร์ชันฟรี (Gemini 3.5 Flash Lite) กลับสะท้อนมุมมองเรื่องการสูญเสียทรัพยากร การไหลออกของเงินทุน การขาดการสะสมทุนภายในประเทศ และต้นทุนค่าเสียโอกาส ควบคู่ไปกับข้อดีสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
ทั้งนี้ นางการดีได้ทิ้งท้ายเชิญชวนให้ประชาชนและผู้สนใจร่วมกันทดสอบอย่างตรงไปตรงมาบนหลักวิชาการ พร้อมทั้งแชร์ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้งานจริง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและสะท้อนมุมมองต่อการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น