ทำความรู้จัก Pyrocumulonimbus เมฆฝนฟ้าคะนองจากไฟป่าที่สร้างสภาพอากาศรุนแรง
เจาะลึกปรากฏการณ์ไฟป่าสร้างเมฆฝนฟ้าคะนองที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงและควบคุมยากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ความร้อนมหาศาลจากไฟป่าดันอากาศ ควัน และความชื้นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกลายเป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง
- ลมปั่นป่วนจากเมฆไฟส่งสะเก็ดไฟกระเด็นไกลทุกทิศทางและสร้างฟ้าผ่าจุดไฟเพิ่ม
- คลื่นความร้อนในยุโรปทำให้อากาศแห้งและเสี่ยงเกิดไฟป่ารุนแรงต่อเนื่อง
- นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเพิ่มโอกาสเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มากขึ้น
นักวิทยาศาสตร์มักเรียกกลุ่มเมฆชนิดนี้ว่าเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองที่เกิดจากไฟป่า เนื่องจากตัวไฟเองคือแหล่งพลังงานหลักที่ช่วยผลักดันให้เมฆก่อตัวขึ้น ความร้อนระดับมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาจากกองเพลิงทำให้มวลอากาศเบื้องบนลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหอบเอาควัน เถ้าถ่าน และไอน้ำพุ่งทะยานขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศสูง
เมื่อมวลอากาศลอยตัวสูงขึ้นก็จะเย็นลง ส่งผลให้ไอน้ำควบแน่นกลายเป็นก้อนเมฆ หากเปลวไฟมีความรุนแรงมากพอร่วมกับบรรยากาศที่ไร้เสถียรภาพ เมฆก้อนนั้นจะเติบโตกลายเป็นเมฆคิวมูลอนิมบัสขนาดมหึมา ซึ่งเป็นเมฆชนิดเดียวกับที่มักพบในพายุฝนฟ้าคะนองทั่วไป
กระแสลมปั่นป่วนที่เกิดขึ้นภายในเมฆไฟเหล่านี้ สามารถพัดพาให้สะเก็ดไฟพุ่งกระจายออกไปได้ทุกทิศทาง ทำให้สถานการณ์ไฟป่าคาดเดาได้ยากและรับมือได้ลำบากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ฟ้าผ่าที่เกิดจากเมฆดังกล่าวยังสามารถจุดประกายให้เกิดไฟลุกไหม้จุดใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฝรั่งเศสระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นต้นตอของเหตุไฟไหม้ใกล้เมืองบอร์โดซ์ และยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ ท่ามกลางฤดูร้อนทั่วยุโรปที่เผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงทำลายสถิติและมีฝนตกน้อยมาก ทำให้หลายภูมิภาคแห้งแล้งและกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
ปรากฏการณ์เมฆไฟป่าหรือ Pyrocumulonimbus ถือเป็นความท้าทายระดับวิกฤตสำหรับนักดับเพลิงทั่วโลก เพราะตัวเมฆเองสามารถสร้างระบบลมและสภาพอากาศเฉพาะตัวขึ้นมาได้ ทำให้ไฟป่าขยายวงกว้างและรุนแรงเกินกว่าการคาดการณ์แบบเดิม การทำความเข้าใจกลไกนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนอพยพและการรับมือภัยพิบัติในอนาคต
ในอดีตเหตุการณ์ลักษณะนี้ถูกมองว่าค่อนข้างหาได้ยาก แต่เคยปรากฏให้เห็นในช่วงไฟป่าแบล็กซัมเมอร์ของออสเตรเลียปี 2019-2020 ซึ่งสร้างพายุไฟรุนแรงจนสามารถสร้างสภาพอากาศขึ้นมาได้เอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย และพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายไปมากกว่า 11 ล้านเฮกตาร์
เช่นเดียวกับในรัฐแคลิฟอร์เนียช่วงฤดูร้อนปี 2021 ที่ไฟป่าลุกลามรุนแรงทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และก่อให้เกิดเมฆไพโรคิวมูลอนิมบัสสูงเสียดฟ้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่าฤดูกาลนั้นมีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 7,300 ครั้งเผาผลาญพื้นที่นับล้านเฮกตาร์
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น