ผลการศึกษาชี้ Google AI Search กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลจาก Similarweb เผยยอดเข้าใช้งาน AI Mode พุ่งสูงถึง 279 ล้านครั้ง พร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาจากการคลิกลิงก์สู่การใช้งานแพลตฟอร์มแบบเบ็ดเสร็จ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Similarweb เผยยอดเข้าชม Google AI Mode พุ่งจาก 126 ล้านครั้งในเดือนมิถุนายน 2025 สู่ 279 ล้านครั้งในเดือนพฤษภาคม 2026
- พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนจากคำสั้นๆ สู่ประโยคสนทนากับ AI ส่งผลให้ผู้ใช้งานอยู่ในแพลตฟอร์ม Google นานขึ้น
- สำนักข่าวและเว็บไซต์ต่างๆ เผชิญความท้าทายจากยอดผู้เข้าชมผ่านลิงก์ที่ลดลง แม้ว่าอัตราการอ้างอิงแหล่งข่าวจะเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าก็ตาม
รายงานชิ้นใหม่จากบริษัทวิจัยตลาด Similarweb เปิดเผยภาพรวมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่าฟีเจอร์ AI ที่เคยเป็นเพียงชั้นเสริมบนเครื่องมือค้นหา ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้ว หลังจากที่ Google นำพาผู้ใช้งานเข้าสู่ AI Overviews และเปิดโอกาสให้ค้นหาต่อผ่าน AI Mode แบบสนทนา
ในช่วงเวลาเดียวกันดังกล่าว สถิติการใช้งาน Google AI Mode ทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 126 ล้านครั้งในเดือนมิถุนายน 2025 มาอยู่ที่ 279 ล้านครั้งภายในเดือนพฤษภาคม 2026 ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับพฤติกรรมผู้บริโภค จากยุคที่ Google ทำหน้าที่เป็นเพียงสาร목جمรายชื่อลิงก์สีฟ้าเพื่อส่งต่อผู้อ่านไปยังเว็บไซต์อื่น สู่การเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองที่รวบรวมคำตอบและข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาไว้บนหน้าจอเดียว
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่ผู้ใช้งานใช้บนแพลตฟอร์มของ Google แทนที่จะมองหาเว็บไซต์ภายนอกแบบในอดีต ข้อมูลจาก Similarweb ระบุว่าระยะเวลาเฉลี่ยของการค้นหาบน Google มีแนวโน้มยาวนานขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ใช้งานหันมาพิมพ์ข้อความที่เป็นประโยคยาวและเป็นธรรมชาติมากขึ้นเพื่อใช้งานร่วมกับระบบ AI แทนการใช้คำค้นหาสั้นๆ เหมือนเช่นเคย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ Google เปลี่ยนผ่านจากสะพานเชื่อมเว็บไปสู่การเป็นปลายทางเบ็ดเสร็จ สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลต่อระบบนิเวศของเว็บไซต์ข่าวและบล็อกต่างๆ เนื่องจากโมเดลธุรกิจดั้งเดิมพึ่งพายอดเข้าชมจากการคลิกลิงก์ (Referral Traffic) เป็นหลัก เมื่อผู้ใช้ได้รับคำตอบสำเร็จรูปบนหน้าผลการค้นหาโดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บต้นทาง สำนักข่าวจึงสูญเสียรายได้จากโฆษณา แม้ว่าชื่อหรือลิงก์ของตนจะถูกอ้างอิงถึงในระบบ AI ก็ตาม ทำให้ในระยะหลังเราเริ่มเห็นความพยายามในการปกป้องเนื้อหา เช่น การที่ Cloudflare ออกเครื่องมือให้เว็บไซต์บล็อก AI Crawler ได้หากไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน
ถึงกระนั้น สถานการณ์ไม่ได้มืดมนไปเสียทั้งหมดสำหรับสำนักข่าวและผู้ผลิตเนื้อหา โดยเฉพาะในฝั่งของ ChatGPT ที่รายงานระบุว่าสัดส่วนการส่งต่อผู้ใช้งานเข้าสู่หน้าเว็บ (Desktop Referrals) ในสหรัฐอเมริกาปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังการอัปเดตระบบค้นหาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ซึ่งทำให้สัดส่วนการเข้าชมหน้าเว็บเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จาก 25% ในเดือนมีนอนาคม 2026 สู่เกือบ 60% ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานยังคงให้ความสนใจและคลิกลิงก์สีฟ้าที่ปรากฏชัดเจนในผลการค้นหาของ AI หากระบบเปิดโอกาสให้เข้าถึงได้ง่าย
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น