นายกฯ ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ติดตามระบบน้ำหาดใหญ่
นายกฯ ตรวจเยี่ยมแก้มลิงคลองเรียน สงขลา พร้อมผลักดันงบขยายความจุรองรับน้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. ป้องกันน้ำท่วม 103 ชุมชนหาดใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจบึงกักเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
- แผนเพิ่มความจุน้ำจากเดิม 530,000 ลูกบาศก์เมตร สู่เป้าหมายรวม 1 ล้านลูกบาศก์เมตร
- ดำเนินควบคู่โครงการระบายน้ำคลองเตยเพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจใน 103 ชุมชน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กันยายน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ในการเดินทางลงพื้นที่บึงกักเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงคลองเรียนและระบบป้องกันอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เข้ารายงานสรุปข้อมูลการดำเนินงานต่อนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าแก้มลิงคลองเรียนทำหน้าที่หลักในการกักเก็บและชะลอน้ำที่ไหลหลากมาจากเขาคอหงส์รวมถึงพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะระบายต่อไปยังคลองเรียน คลองหวะ และคลองอู่ตะเภา ซึ่งกระบวนการดังกล่าวช่วยลดปริมาณน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่และตำบลคอหงส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันบึงกักเก็บน้ำดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 85 ไร่ และมีความสามารถในการรองรับน้ำอยู่ที่ 530,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้จัดทำแผนปรับปรุงเพื่อยกระดับความจุให้เพิ่มขึ้นเป็น 780,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้รับการออกแบบโครงการแล้วเสร็จ และถูกเสนอชื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2571 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"รัฐบาลต้องการให้ประชาชนชาวหาดใหญ่มีความปลอดภัยจากปัญหาอุทกภัย โดยแก้มลิงคลองเรียนถือเป็นโครงสร้างสำคัญในการรองรับและชะลอน้ำ"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวหาดใหญ่จากภัยพิบัติน้ำท่วม โดยระบุว่าแก้มลิงคลองเรียนคือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งในการทำหน้าที่หน่วงและชะลอน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าสู่เขตเมือง พร้อมกันนี้รัฐบาลเตรียมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างแก้มลิงเพิ่มเติมในพื้นที่เทศบาลอีก 25 ไร่ ซึ่งจะช่วยผลักดันศักยภาพการรองรับน้ำภาพรวมให้ขยับขึ้นไปถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร
การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มักเผชิญกับความท้าทายจากภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะและรับน้ำหลากจากเทือกเขาโดยรอบ การผสมผสานแนว «ชะลอน้ำ» ผ่านระบบแก้มลิงเข้ากับการ «เร่งระบายน้ำ» ผ่านคลองสาขา เช่น คลองเตย จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการตัดยอดน้ำหลากไม่ให้เข้าสู่เขตเศรษฐกิจชั้นในพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและระบบเศรษฐกิจในระยะยาว
แผนงานดังกล่าวถูกบูรณาการร่วมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำอื่นๆ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองเตย ระยะที่ 1 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำปลายคลองเตย เพื่อให้เกิดกระบวนการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ ครอบคลุมภารกิจทั้งการชะลอและเร่งระบายน้ำ มุ่งเป้าหมายสูงสุดในการปกป้องพื้นที่ทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยให้กับประชาชนใน 103 ชุมชนภายใต้เขตเทศบาลนครหาดใหญ่
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น