สมชัยเปิดเอกสารลับตีตก 229 ฮั้ว ส.ว. แฉเบื้องหลังอนุกรรมการ
นายสมชัยเปิดข้อมูลเชิงลึก 200 หน้า แฉเบื้องหลังคณะอนุกรรมการฯ ชุด 36 คน มีมติตีตก 229 คำร้องฮั้ว ส.ว. พร้อมเตรียมเปิดตอนต่อไป

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายสมชัยเปิดเอกสารภายใน กกต. ความหนากว่า 200 หน้า
- แฉเบื้องหลังคณะอนุกรรมการชุด 36 คนมีมติตีตกคำร้อง 229 ราย
- ชี้ประธานที่ประชุมคือ นายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ
- เตรียมทยอยเปิดเผยข้อมูลในตอนที่ 2 เกี่ยวกับวิธีการพิจารณาสำนวน
นายสมชัยเปิดเผยข้อมูลชุดใหญ่ผ่านเอกสารความหนากว่า 200 หน้า ซึ่งได้รับมาจากบุคคลภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเอกสารดังกล่าวมีลายน้ำระบุข้อความชัดเจนว่า เอกสารใช้ภายในเท่านั้น แต่ไม่มีการประทับตราลับหรือลับมากแต่อย่างใด เอกสารชุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงเบื้องหลังการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่มีสมาชิก 36 คน ซึ่งมีมติตีตกคำร้องเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 229 คำร้อง โดยนายสมชัยระบุว่าจะทยอยเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์สาธารณะและเป็นข้อเสนอแนะในการวินิจฉัยคดีของ กกต. ทั้ง 7 คน
จากการตรวจสอบรายงานการประชุมหลายครั้ง นายสมชัยได้จำแนกบทบาทและโครงสร้างของบุคลากรในคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวออกเป็นประเด็นสำคัญ โดยระบุถึงรายชื่อและบทบาทหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในบันทึกการประชุมอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมได้เห็นภาพการทำงานเบื้องหลังกระบวนการพิจารณาคดีสำคัญนี้
- นายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ซึ่งมาจากการเสนอชื่อของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนารถ กกต. ไม่ใช่ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ตามที่เคยมีกระแสข่าวปรากฏออกมาก่อนหน้านี้
- นายอนุชา จันทร์สุริยา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กลับเป็นผู้ที่มีบทบาทนำในการประชุมและมีการบันทึกการทำหน้าที่ดังกล่าวในทุกครั้งที่ประชุมสวนทางกับประธาน
- อนุกรรมการที่มีบทบาทในการซักถามและแสดงความเห็นหลักมีเพียง 3 คน ได้แก่ นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายนันทศักดิ์ พูลสุข และนายอนุชา จันทร์สุริยา
- อนุกรรมการอีก 4 คน ประกอบด้วย นายเชาวนะ ไตรมาศ, นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์, นายธัชสกล พรหมจมาศ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล แทบไม่มีบันทึกการอภิปรายหรือซักถาม แต่สามารถร่วมลงมติได้ทันที
แม้ว่าการประชุมแต่ละครั้งจะกินเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่รายงานการประชุมกลับบันทึกความเคลื่อนไหวของอนุกรรมการทั้ง 4 คนไว้อย่างเบาบางมาก โดยแทบไม่ปรากฏการแสดงความคิดเห็น การซักถาม หรือการให้ข้อเสนอแนะใดๆ ในระเบียนวาระ ก่อนที่นายสมชัยจะทิ้งท้ายว่าเตรียมเปิดเผยข้อมูลในตอนที่ 2 ซึ่งจะลงลึกถึงวิธีการพิจารณาสำนวนว่ามีกระบวนการและขั้นตอนอย่างไรต่อไป
การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากเอกสารภายในองค์กรอิสระถือเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการวินิจฉัยคดีทางการเมือง โดยเฉพาะในคดีที่มีความอ่อนไหวสูงอย่างการเลือก ส.ว. การเปิดเผยรายละเอียดการประชุมและบทบาทของคณะอนุกรรมการช่วยให้สาธารณชนสามารถติดตามความสมเหตุสมผลของการลงมติ และตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจสอบขององค์กรกำกับดูแลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น