ญาติในเวลส์ใจสลาย หวังริบหรี่หลังคนงานเขื่อนเนปาลสูญหาย
จโยติ อุปัธยาย หญิงชาวเนปาลที่อาศัยในเวลส์ เผยความสิ้นหวังหลัง ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี คนงานเขื่อนสูญหายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลเมื่อสัปดาห์ก่อน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จโยติ อุปัธยาย ชาวเนปาลในเวลส์เผยไร้ความหวังหลังญาติสูญหายจากน้ำท่วม
- ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี คนงานขับรถที่ไซต์ Trishuli 3B หายตัวไปไร้ร่องรอย
- ยอดผู้สูญหายพุ่งสูงกว่า 4,000 คน ขณะที่ทางการเร่งระเบิดภูเขาช่วยผู้ติดค้าง
โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ครอบครัวของแรงงานในต่างแดนต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันยากลำบาก จโยติ อุปัธยาย หญิงชาวเนปาลซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านตาเล-ยิ-บอนต์ แคว้นเซเรดิเจียน ประเทศเวลส์ มาเป็นเวลาห้าปีเต็ม เปิดเผยความรู้สึกด้วยความสิ้นหวังผ่านสถานีบีบีซีเรดิโอเวลส์เบรกฟาสต์ ว่าเธอและสามีไม่สามารถรับรู้ชะตากรรมของ ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี ญาติสนิทที่ทำงานอยู่ที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำได้เลย
แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดโดยตรง แต่เชาธารีอาศัยอยู่ร่วมกับแม่สามีของอุปัธยายมานานกว่า 25 ปี จนถือเป็นบุคคลในครอบครัว โดยในขณะเกิดเหตุ เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานขับรถประจำอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง Trishuli 3B ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบักมาติ อุปัธยายเล่าว่าในช่วงวันแรกๆ ครอบครัวยังคงเฝ้ารอด้วยความหวังว่าเขาอาจจะสามารถเดินเท้าขึ้นที่สูงเพื่อเดินทางกลับบ้านระยะทางกว่า 60 ไมล์ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายวัน ความหวังดังกล่าวก็เริ่มเลือนรางลงทุกที
สถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ข้อมูลจากหน่วยงานทางการระบุว่า ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา มีคนงานจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำทั่วประเทศสูญหายไปถึง 933 คน จากยอดผู้สูญหายรวมทั้งหมด 4,247 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 903 ราย ภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า "Glacial collapse" ซึ่งตามข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่ามวลน้ำแข็งที่ถล่มลงมากระทบก้นหุบเขาอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ส่งผลให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากและเศษซากต่างๆ พัดพาไปไกลกว่า 62 ไมล์หรือราว 100 กิโลเมตรตามลำน้ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"To be honest, since Saturday we have lost hope"
อุปัธยายกล่าวเสริมว่า การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาดภายในเวลาเพียง 20 นาทีหลังเกิดเหตุ การทราบข่าวสารแต่ละครั้งต้องอาศัยการติดตามจากข่าวโทรทัศน์ การติดต่อคนในพื้นที่ รวมถึงการติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพเนปาล
เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากธารน้ำแข็งพังทลาย (Glacial Lake Outburst Flood - GLOF) ถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็งสะสมปริมาณมากจนเกินรับไหว ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการผลิตพลังงานของเนปาลเท่านั้น แต่ยังสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและจิตใจของครอบครัวแรงงานพลัดถิ่นที่อยู่ห่างไกลนับพันไมล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในด้านปฏิบัติการกู้ภัย ทางการเนปาลได้ระดมกำลังมุ่งเน้นไปที่ไซต์งาน Trishuli 3A และ Trishuli 3B ซึ่งมีระบบอุโมงค์ใต้ดิน โดยมีการใช้ระเบิดควบคุมเจาะเข้าไปในไหล่เขาในช่วงเช้าวันจันทร์ เพื่อเปิดเส้นทางเข้าถึงผู้ที่ติดอยู่ภายใน ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญคือการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์และความเชี่ยวชาญพิเศษ รวมถึงเครื่องจักรหนักที่ต้องใช้เคลียร์โคลนตมหนาทึบ
นอกจากนี้ อุปัธยายยังสะท้อนถึงความกังวลใจในแง่ของพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวเนปาลในการส่งดวงวิญญาณสู่สุคติ หากร่างของผู้สูญหายไม่ถูกค้นพบ ครอบครัวก็จะไม่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสร้างความทุกข์ระทมใจให้กับผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น