ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ญาติในเวลส์ใจสลาย หวังริบหรี่หลังคนงานเขื่อนเนปาลสูญหาย

จโยติ อุปัธยาย หญิงชาวเนปาลที่อาศัยในเวลส์ เผยความสิ้นหวังหลัง ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี คนงานเขื่อนสูญหายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลเมื่อสัปดาห์ก่อน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Sep 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ญาติในเวลส์ใจสลาย หวังริบหรี่หลังคนงานเขื่อนเนปาลสูญหาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • จโยติ อุปัธยาย ชาวเนปาลในเวลส์เผยไร้ความหวังหลังญาติสูญหายจากน้ำท่วม
  • ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี คนงานขับรถที่ไซต์ Trishuli 3B หายตัวไปไร้ร่องรอย
  • ยอดผู้สูญหายพุ่งสูงกว่า 4,000 คน ขณะที่ทางการเร่งระเบิดภูเขาช่วยผู้ติดค้าง

โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ครอบครัวของแรงงานในต่างแดนต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันยากลำบาก จโยติ อุปัธยาย หญิงชาวเนปาลซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านตาเล-ยิ-บอนต์ แคว้นเซเรดิเจียน ประเทศเวลส์ มาเป็นเวลาห้าปีเต็ม เปิดเผยความรู้สึกด้วยความสิ้นหวังผ่านสถานีบีบีซีเรดิโอเวลส์เบรกฟาสต์ ว่าเธอและสามีไม่สามารถรับรู้ชะตากรรมของ ชิต บาฮาดูร์ เชาธารี ญาติสนิทที่ทำงานอยู่ที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำได้เลย

แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดโดยตรง แต่เชาธารีอาศัยอยู่ร่วมกับแม่สามีของอุปัธยายมานานกว่า 25 ปี จนถือเป็นบุคคลในครอบครัว โดยในขณะเกิดเหตุ เขาปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานขับรถประจำอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง Trishuli 3B ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบักมาติ อุปัธยายเล่าว่าในช่วงวันแรกๆ ครอบครัวยังคงเฝ้ารอด้วยความหวังว่าเขาอาจจะสามารถเดินเท้าขึ้นที่สูงเพื่อเดินทางกลับบ้านระยะทางกว่า 60 ไมล์ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปหลายวัน ความหวังดังกล่าวก็เริ่มเลือนรางลงทุกที

933คนงานเขื่อนสูญหาย
4,247ผู้สูญหายทั้งหมด
903ผู้เสียชีวิตยืนยัน

สถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งนี้มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ข้อมูลจากหน่วยงานทางการระบุว่า ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา มีคนงานจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำทั่วประเทศสูญหายไปถึง 933 คน จากยอดผู้สูญหายรวมทั้งหมด 4,247 คน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 903 ราย ภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดขึ้นจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า "Glacial collapse" ซึ่งตามข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่ามวลน้ำแข็งที่ถล่มลงมากระทบก้นหุบเขาอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.2 ส่งผลให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากและเศษซากต่างๆ พัดพาไปไกลกว่า 62 ไมล์หรือราว 100 กิโลเมตรตามลำน้ำ

Nepal mountain river rescue operation helicopter

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"To be honest, since Saturday we have lost hope"

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

Jyoti Upadhyay

อุปัธยายกล่าวเสริมว่า การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบากอย่างยิ่งเนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาดภายในเวลาเพียง 20 นาทีหลังเกิดเหตุ การทราบข่าวสารแต่ละครั้งต้องอาศัยการติดตามจากข่าวโทรทัศน์ การติดต่อคนในพื้นที่ รวมถึงการติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพเนปาล

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากธารน้ำแข็งพังทลาย (Glacial Lake Outburst Flood - GLOF) ถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็งสะสมปริมาณมากจนเกินรับไหว ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการผลิตพลังงานของเนปาลเท่านั้น แต่ยังสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและจิตใจของครอบครัวแรงงานพลัดถิ่นที่อยู่ห่างไกลนับพันไมล์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในด้านปฏิบัติการกู้ภัย ทางการเนปาลได้ระดมกำลังมุ่งเน้นไปที่ไซต์งาน Trishuli 3A และ Trishuli 3B ซึ่งมีระบบอุโมงค์ใต้ดิน โดยมีการใช้ระเบิดควบคุมเจาะเข้าไปในไหล่เขาในช่วงเช้าวันจันทร์ เพื่อเปิดเส้นทางเข้าถึงผู้ที่ติดอยู่ภายใน ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญคือการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์และความเชี่ยวชาญพิเศษ รวมถึงเครื่องจักรหนักที่ต้องใช้เคลียร์โคลนตมหนาทึบ

นอกจากนี้ อุปัธยายยังสะท้อนถึงความกังวลใจในแง่ของพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวเนปาลในการส่งดวงวิญญาณสู่สุคติ หากร่างของผู้สูญหายไม่ถูกค้นพบ ครอบครัวก็จะไม่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสร้างความทุกข์ระทมใจให้กับผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้