NASA ชวนอึ้ง! เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นคุกกี้โปรตีนสูง
ทีมนักวิจัย Southern Illinois University พัฒนา µBites คุกกี้โปรตีนจากพลาสติกและขยะการเกษตร สำหรับภารกิจอวกาศห้วงลึกของ NASA

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักวิจัยพัฒนา µBites คุกกี้โปรตีนสูงจากพลาสติกและขยะการเกษตร
- โครงการนี้ตอบโจทย์ Deep Space Food Challenge ของ NASA
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังมีโจทย์ใหญ่เรื่องความปลอดภัยและจิตวิทยาผู้บริโภค
- ความต้องการอาหารโลกจ่อพุ่ง 35-56% ภายในปี 2050
แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนขยะให้เป็นอาหารก้าวไปสู่อีกขั้น เมื่อทีมนักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัย Southern Illinois University Carbondale ประสบความสำเร็จในการพัฒนา µBites (ไมโครบิตส์) คุกกี้โปรตีนสูงที่สังเคราะห์ขึ้นจากพลาสติกและขยะทางการเกษตร นวัตกรรมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมสมาคมเคมีแห่งสหรัฐอเมริกา (ACS) ณ นครชิคาโก โดยถูกวางเป้าหมายให้เป็นอาหารทางเลือกสำหรับภารกิจอวกาศห้วงลึกและพื้นที่ประสบภัยพิบัติ
โปรเจกต์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์การแก้ปัญหาในโครงการ Deep Space Food Challenge ขององค์การ NASA ซึ่งต้องการระบบผลิตอาหารแบบปิดสำหรับภารกิจสำรวจดาวอังคารที่ใช้เวลารวมไป-กลับยาวนานกว่า 3 ปี เพื่อให้มนุษย์อวกาศมีสารอาหารเพียงพอตลอดการเดินทางอันยาวนาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
หลายคนอาจสงสัยว่ามนุษย์จะกินพลาสติกเข้าไปได้ยังไง คำตอบคือเราไม่ได้กินพลาสติกเข้าไปตรงๆ แต่ใช้วิธีเปลี่ยนโครงสร้างของมันผ่านกระบวนการทางชีววิทยาสังเคราะห์ที่แปลงโมเลกุลขยะให้กลายเป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ โดยทีมนักวิจัยระบุว่าตัวคุกกี้มีความปลอดภัยและมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน
แม้งานวิจัยจะยืนยันว่าคุกกี้นี้ปลอดภัยและมีกลิ่นหอมน่าทาน แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังถูกตั้งคำถามจากนักวิจัยภายนอกในหลาย ๆ มุม โดยเฉพาะเรื่องความเป็นไปได้ในการนำไปใช้แก้ปัญหาระดับโลก
"นี่คือการโชว์ศักยภาพทางเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ยังคงมีโจทย์ใหญ่อย่างเรื่องความปลอดภัย การผลิตจำนวนมาก และที่สำคัญที่สุดคือ จิตวิทยาของผู้บริโภค ว่าจะกล้าเปิดใจกินอาหารที่มาจากพลาสติกหรือไม่"
นักเคมีจาก University of Edinburgh
แม้แนวคิดการแปลงขยะพลาสติกเป็นอาหารจะฟังดูเหมือนภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ แต่ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ นี่คือการทดลองเพื่อขีดจำกัดทางเทคโนโลยีชีวภาพ (Synthetic Biology) ที่อาจไม่ได้นำมาวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตในเร็วๆ นี้ ประเด็นสำคัญคือการสร้างระบบหมุนเวียนทรัพยากรปิด (Closed-loop system) ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับฐานปฏิบัติการนอกโลกที่ไม่มีการเติมเสบียงจากภายนอก
ความสำคัญของ µBites ไม่ได้อยู่ที่การวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ระยะสั้น แต่คือการพิสูจน์แนวคิดของชีววิทยาสังเคราะห์ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าความต้องการอาหารทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 35% ถึง 56% ภายในปี 2050 งานวิจัยลักษณะนี้จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบหมุนเวียนสารอาหารฉุกเฉิน ทั้งสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอวกาศ และการรับมือกับสภาวะขาดแคลนอาหารจากวิกฤตภูมิอากาศในอนาคต
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น