ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ชำแหละกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น: ปลดล็อกวาระและลดอายุผู้สมัคร

โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักวิชาการรัฐศาสตร์ ม.บูรพา วิเคราะห์ พ.ร.บ.ท้องถิ่นฉบับใหม่ มีผล 29 ส.ค. 2569 ปลดล็อกวาระ 8 ปี และลดอายุผู้สมัครเหลือ 25 ปี หวังสกัดกระแสเปลี่ยนแปลง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ชำแหละกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น: ปลดล็อกวาระและลดอายุผู้สมัคร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • พ.ร.บ.ท้องถิ่นฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569
  • ปลดล็อกวาระการดำรงตำแหน่งและลดอายุผู้สมัครจาก 35 เหลือ 25 ปี
  • โอฬาร ถิ่นบางเตียว ชี้เป็นความพยายามขยายอำนาจเครือข่ายบ้านใหญ่
  • การศึกษาไทยยังขาดการบรรจุหลักสูตรการปกครองส่วนท้องถิ่นให้นักเรียน

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ฉบับล่าสุด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถูกมองว่าเป็นความพยายามของเครือข่ายอำนาจเก่าในการวางรากฐานทางการเมืองควบคู่กับกลไกราชการ โดย โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่าเรื่องนี้ไม่สามารถมองแยกส่วนได้ ท่ามกลางความสำเร็จของพรรคสีน้ำเงินที่กวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ถึง 193 เสียง ซึ่งร้อยละ 99.99 มาจากเครือข่ายบ้านใหญ่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ประเด็นการปลดล็อกวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ทำให้บ้านใหญ่ที่เริ่มหมดตัวเล่นสามารถกลับมาครอบครองอำนาจได้อย่างยาวนาน แม้ว่าที่ผ่านมา อปท. จะมีการปรับตัวและทำงานการเมืองเชิงนโยบายมากขึ้น เช่น กรณีบ้านใหญ่ในจังหวัดชลบุรีที่พยายามสร้างภาพลักษณ์และมีผลงานเด่นชัด แต่การปลดล็อกนี้กลับยิ่งเพิ่มความได้เปรียบในการกุมอำนาจระยะยาว

"และรู้ๆ กันอยู่ว่า บ้านใหญ่เริ่มหมดตัวเล่นแล้ว เพราะหากมีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี เมื่อมีการปลดล็อก จะทำให้บ้านใหญ่สามารถครอบครองอำนาจได้อย่างยาวนาน"

โอฬาร ถิ่นบางเตียว

สำหรับการลดอายุผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นจากเดิม 35 ปี เหลือ 25 ปี มีมุมมองแตกเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งมองว่าผู้บริหารควรมีวุฒิภาวะและประสบการณ์ ขณะที่อีกด้านมองว่าอายุไม่มีผลและควรใช้มาตรฐานเดียวกับการสมัคร ส.ส. ที่กำหนดไว้ที่ 25 ปี เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์เข้ามาทำงานได้ นอกจากนี้ยังเตรียมออก พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ เพื่อปลดล็อกกำนันและผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาล ซึ่งสะท้อนความพยายามกระชับอำนาจท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังก่อตัว

Thailand university campus building exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจท้องถิ่นในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่เพียงแต่เป็นหน่วยงานให้บริการสาธารณะ แต่ยังเป็นฐานรากสำคัญของนักการเมืองระดับชาติ การแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจึงกลายเป็นเครื่องมือชิงความได้เปรียบทางการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจเดิมและกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคม

ในประเด็นเรื่องวุฒิการศึกษา อาจารย์โอฬารแสดงความเห็นว่า การกำหนดวุฒิการศึกษาเป็นตัวตั้งในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นการปิดโอกาสประชาชน เนื่องจากปริญญาตรี โท หรือเอก ไม่ได้เป็นหลักประกันความรู้จริง และการศึกษาไทยยังมีปัญหาเรื่องการซื้อขายปริญญา หากประชาชนไว้วางใจผู้สมัครที่จบ ป.4 แต่มีประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ก็ควรได้รับฉันทานุมัติให้เข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมกันนี้ยังติงว่ากระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ไม่เคยให้ความสำคัญกับการบรรจุหลักสูตรการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก

ส่วนประเด็นการปลดล็อกเรื่องเจ้าของสื่อเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่น มองว่าเป็นเรื่องย้อนแย้งและควบคุมได้ยากในทางปฏิบัติ หากต้องการควบคุมควรพุ่งเป้าไปที่การบล็อกข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ที่มีคุณภาพต่ำ มากกว่าการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้