DSI ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง 2 เจ้าหน้าที่โยง ‘นายกเฮง’
รมว.ยุติธรรม เผยอธิบดี DSI ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 2 เจ้าหน้าที่เอี่ยว ‘นายกเฮง’ คดีทุจริตสอบท้องถิ่น เมื่อ 2 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รมว.ยุติธรรมเผยอธิบดี DSI สั่งตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ 2 นาย
- โยงคดี ‘นายกเฮง’ หรือนายประวิทย์ จารุรัชกุล เรียกรับสินบนสอบท้องถิ่น
- ย้ำคดีอาญาตำรวจดำเนินการแล้ว ส่วน DSI เน้นสืบสวนคู่ขนาน ป.ป.ช.
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้ออกมาระบุถึงข้อมูลเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สองนายที่มีความเชื่อมโยงกับ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือที่รู้จักกันในนาม ‘นายกเฮง’ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในคดีเรียกรับเงินสินบนเพื่อแลกกับการช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้รับรายงานในเบื้องต้นแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ DSI เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 2 นาย โดยทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินกระบวนการทางวินัยอย่างร้ายแรงทันที สำหรับรายละเอียดเชิงลึกและขั้นตอนหลังจากนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเป็นผู้แถลงและชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบต่อไปอย่างเป็นทางการ
การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นนี้ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนในการกวาดล้างการทุจริตเชิงโครงสร้างและการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในหน่วยงานภาครัฐ การที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพันกับเครือข่ายสินบนของนักการเมืองท้องถิ่นไม่เพียงแต่ทำลายความโปร่งใสของกระบวนการสอบคัดเลือก แต่ยังสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างรุนแรง การประสานงานระหว่าง ป.ป.ช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของการดำเนินคดีทางกฎหมายอาญานั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดําเนินการสืบสวนสอบสวนในภาพรวมของคดีนี้ไปแล้วระยะหนึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีการขยายผลการตรวจสอบไปยังบุคคลอื่นนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายที่ถูกพาดพิงถึงในขณะนี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ทาง DSI จะทำหน้าที่ในส่วนของการสืบสวนเพิ่มเติม ขณะที่คดีหลักนั้นทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นแล้ว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น