6 วิธีประหยัดเงินกินข้าวนอกบ้าน ยุคค่าครองชีพพุ่งสูง
เผย 6 เทคนิคประหยัดเงินเมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน ตั้งแต่การจองช่วงเวลาเปิด-ปิดร้าน การใช้แอปส่วนลด ไปจนถึงโปรแกรมสะสมแต้ม จากรายงานของ BBC Business

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กว่าหนึ่งในสามของชาวอังกฤษต้องลดการไปร้านอาหารเนื่องจากค่าครองชีพสูง
- การจองโต๊ะช่วงเวลาคนน้อยช่วยประหยัดเงินค่าอาหารได้ถึง 50%
- ใช้แต้มจากซูเปอร์มาเก็ตและแอปอาหารส่วนเกินช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ในระดับสูง การรับประทานอาหารนอกบ้านกลายเป็นเรื่องที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โดยรายงานล่าสุดจาก YouGov ระบุว่า ประชาชนชาวอังกฤษมากกว่าหนึ่งในสามต้องลดการไปใช้บริการที่ร้านอาหารลง เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
บรรดาเจ้าของร้านอาหารระบุว่า ต้นทุนทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน ค่าจ้าง และภาษีที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปรับราคาอาหารให้สูงขึ้นตามไปด้วย จนทำให้เชฟชื่อดังบางท่านต้องออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารหลายแห่งได้หันมาจัดโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง และนี่คือ 6 วิธีที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าเมื่อต้องไปกินข้าวนอกบ้าน
1. สมัครโปรแกรมสะสมแต้มของร้านอาหาร
ร้านอาหารจำนวนมากมีระบบสมาชิกที่มอบแต้มสะสม ของฟรี ส่วนลด และของขวัญวันเกิดเพื่อรักษาฐานลูกค้า เช่น Pizza Express Club ที่ให้ลูกค้าไต่อันดับจากระดับบรอนซ์ ซิลเวอร์ ไปจนถึงโกลด์ เพื่อปลดล็อกสิทธิพิเศษ ตั้งแต่แป้งพิโดว์ฟรีไปจนถึงเครื่องดื่มร้อนและเย็น หรือ Nando's ที่ใช้ระบบสะสมแต้มเป็นรูปพริก รวมถึงบัตรสมาชิกอย่าง Tastecard ที่มอบส่วนลดในร้านอาหารและร้านซื้อกลับบ้านหลายร้อยแห่งโดยแลกกับการจ่ายค่าสมาชิกรายปี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
2. จองโต๊ะช่วงเวลานอกพีช (Off-peak sittings)
ร้านอาหารมักต้องการเติมโต๊ะว่างในช่วงเวลากลางวันและมื้อเย็นที่คนไม่พลุกพล่าน การเลือกจองโต๊ะในช่วงเวลาแรกหรือเวลาสุดท้ายของวันจึงมักได้รับส่วนลดเป็นรางวัล เช่น แอป First Table ที่ให้บริการใน 21 เมืองทั่วสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และอับราเลีย มอบส่วนลดอาหาร 50% เมื่อจองโต๊ะแรกหรือโต๊ะสุดท้ายของร้านที่เข้าร่วมโครงการโดยแลกกับการจ่ายค่าธรรมเนียมการจองเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมี EatClub ที่ให้ส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับลูกค้าที่เดินเข้าไปหน้าร้านและใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน
"การรับประทานอาหารช่วงหัวค่ำมักจะเงียบสงบกว่า ดื่มเครื่องดื่มน้อยลง และช่วยให้กลับถึงบ้านได้เร็วขึ้น"
การเลือกช่วงเวลารับประทานอาหารที่แตกต่างออกไป (Off-peak dining) ไม่เพียงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังเป็นกลยุทธ์ที่ร้านอาหารทั่วโลกนำมาใช้บริหารจัดการต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบในยามที่ลูกค้าเบาบาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
3. ใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่นอาหารเด็กช่วงวันหยุดโรงเรียน
ในช่วงวันหยุดโรงเรียน สถานที่หลายแห่งจะดึงดูดครอบครัวด้วยการเสนออาหารเด็กฟรีหรือราคา 1 ปอนด์ เมื่อมาทานร่วมกับผู้ใหญ่ที่จ่ายเงิน โดยมีตั้งแต่เชนใหญ่ เช่น TGI Fridays, คาเฟ่ในซูเปอร์มาเก็ตอย่าง Morrisons และ Asda ไปจนถึงศูนย์จำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์สวนอย่าง Dobbies ซึ่งบางแห่งก็มีดีลเหล่านี้ให้บริการตลอดทั้งปี
4. ตามหาโปรโมชั่นช่วงเปิดร้านใหม่ (Soft launches)
ร้านอาหารแห่งใหม่มักเสนอส่วนลดเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาลองชิมและช่วยบอกต่อ โดย Shokofeh Hejazi ระบุว่าร้านอาหารบางแห่งถึงขั้นขยายระยะเวลาก่อนเปิดให้บริการจริงเพื่อให้เกิดกระแสความสนใจ หรือแม้แต่การทำราคาช่วงซอฟต์ลอนช์ให้ถาวรสำหรับวันจันทร์ซึ่งเป็นวันที่ลูกค้าน้อย
5. ใช้แต้มจากซูเปอร์มาเก็ตแลกส่วนลดอาหาร
แต้มสะสมจากการซื้อของเข้าบ้านทุกสัปดาห์สามารถนำมาแลกเป็นส่วนลดมื้ออาหารได้ ตัวอย่างเช่น แต้ม Tesco Clubcard ทุกๆ 50 เพนนี สามารถแลกเป็นบัตรกำนัลมูลค่า 1.50 ปอนด์ เพื่อใช้จ่ายที่ร้านอาหารอิตาเลียน Prezzo ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของเทสโก้
6. ซื้ออาหารส่วนเกินในราคาประหยัด (Surplus food apps)
แอปพลิเคชันจัดการอาหารส่วนเกินอย่าง Too Good To Go หรือ Olio ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้ออาหารดีๆ ในราคาเศษเสี้ยวเดียว ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้แอาหารเหล่านั้นต้องกลายเป็นขยะและเหลือเงินเก็บไว้สำหรับมื้ออาหารหลักในโอกาสอื่น
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น