ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สภาลงมติ 414 เสียง ค้าน ส.ว. รื้อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

ที่ประชุมสผู้แทนราษฎรมีมติท่วมท้น 414 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายอากาศสะอาดของวุฒิสภา พร้อมตั้ง กมธ.ร่วม 20 คนชี้ขาด

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สภาลงมติ 414 เสียง ค้าน ส.ว. รื้อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สภาผู้แทนราษฎรลงมติ 414 เสียง ค้านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดของวุฒิสภา
  • มีมติเห็นด้วยกับ ส.ว. เพียง 2 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง
  • ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาจำนวน 20 คน เพื่อพิจารณาชี้ขาด
  • ปิดการประชุมเวลา 18.46 น. โดยมีสัดส่วน กมธ. จากพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมเป็นตัวแทน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร บรรยากาศการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเป็นไปอย่างเข้มข้น หลังจากที่ทางวุฒิสภาได้มีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งสร้างความสนใจให้กับสังคมและประชาชนที่ติดตามปัญหาฝุ่นพิษและมลพิษทางอากาศเป็นอย่างมาก เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระยะยาว

นางมัลลิกา ในฐานะประธานการประชุม ได้ดำเนินการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแสดงตนและลงมติในประเด็นดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมายของวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ขณะที่มีเสียงสนับสนุนฝั่งวุฒิสภาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนของ ส.ส. ที่ต้องการรักษาเจตนารมณ์เดิมของร่างกฎหมายฉบับนี้

414เสียงค้านการแก้ของ ส.ว.
20กมธ.ร่วมสองสภา

Sappaya-Sapasathan Thai Parliament Bangkok meeting room interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ผลการลงมติอย่างเป็นทางการในที่ประชุมระบุรายละเอียดดังนี้:

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • เสียงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา: 414 เสียง
  • เสียงเห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา: 2 เสียง
  • เสียงงดออกเสียง: 1 เสียง
  • ไม่ลงคะแนน: ไม่มี

จากมติดังกล่าว ส่งผลให้กระบวนการทางนิติบัญญัติต้องเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้งสองสภา จำนวนรวมทั้งสิ้น 20 คน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาและหาข้อยุติในประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (กมธ.ร่วม) สองสภาถือเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญเมื่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีความเห็นไม่ตรงกันในร่างกฎหมายชิ้นสำคัญ สำหรับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด การที่ ส.ส. ลงมติค้านด้วยคะแนนเสียงล้นหลามสะท้อนถึงความพยายามผลักดันกฎหมายควบคุมมลพิษให้มีความเข้มข้นตามที่ภาคประชาชนและสภาผู้แทนราษฎรคาดหวังไว้ ขั้นตอนต่อไปในชั้น กมธ.ร่วมจึงเป็นจุดชี้ชะตาว่าข้อโต้แย้งเรื่องมาตรการควบคุมอากาศสะอาดจะหาจุดลงตัวอย่างไรก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมายจริง

สำหรับการจัดสรรโควตาคณะกรรมาธิการร่วมจำนวน 20 คนนั้น จะถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็นตัวแทนจาก ส.ส. 10 คน และตัวแทนจาก ส.ว. อีก 10 คน โดยในส่วนของตัวแทนฝั่ง ส.ส. ประกอบด้วยสมาชิกจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 4 คน พรรคประชาชน 2 คน พรรคเพื่อไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 1 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ก่อนที่นางมัลลิกา ประธานการประชุม จะสั่งปิดการประชุมในเวลา 18.46 น.

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้