เพชรรัตน์-พุธิตา ติง มัลลิกา ปิดไมค์ถก พ.ร.บ.อากาศสะอาด
น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน และ น.ส.พุธิตา ติงการกระทำของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ กรณีปิดไมค์ตัดบท สส. อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เมื่อ 2 ก.ย. 2569

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เพชรรัตน์-พุธิตา สส.พรรคประชาชน ตำหนิ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ
- กรณีรีบกดปิดไมค์ตัดบท สส. ขณะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
- ชี้การตัดบททำให้เสียงสะท้อนความเดือดร้อนจากวิกฤต PM 2.5 ของประชาชนถูกมองข้าม
- ทักท้วงประเด็น สว. ปรับแก้ร่างกฎหมายที่ส่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนและลดโทษภาคอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พุธิตา ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยพุ่งเป้าไปที่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งได้กระทำการกดปิดไมค์ตัดบท สส. ระหว่างกำลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …
ในฐานะตัวแทนจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศมาอย่างยาวนาน น.ส.เพชรรัตน์ ระบุว่าประชาชนทั่วประเทศต่างเฝ้ารอคอยกฎหมายฉบับนี้ด้วยความหวัง การอภิปรายในวันดังกล่าวมีขึ้นเพื่อทักท้วงสาระสำคัญที่ทางสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ทำการปรับแก้ ซึ่งมองว่ามีแนวโน้มส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุน ลดระดับบทลงโทษสำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงลดทอนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนลง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการทำงานในสภาฯ กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจาก สส. หลายท่านยังไม่ทันได้อภิปรายจนจบเนื้อหา ประธานในที่ประชุมกลับเลือกที่จะกดปิดไมค์ตัดบททันที สร้างความกังขาว่าเป็นการขัดขวางการทำหน้าที่กระบอกเสียงแทนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาภัยพิบัติทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
"ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นวิกฤตที่สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนมานาน และสังคมกำลังรอกฎหมายฉบับนี้อย่างตั้งใจ สภาผู้แทนราษฎรควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ผู้แทนได้สะท้อนความเดือดร้อนและปกป้องประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ควรเร่งรัดตัดบทจนทำให้เสียงของประชาชนต้องถูกมองข้ามไป"
น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู
เหตุการณ์การปิดไมค์ในสภาระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติสองสภา (สส. และ สว.) โดยเฉพาะในประเด็นการตรวจสอบถ่วงดุลและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและทุนอุตสาหกรรมมักเป็นจุดปะทะสำคัญเนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
ทางกลุ่ม สส. พรรคประชาชนเน้นย้ำว่า พื้นที่อันทรงเกียรติแห่งนี้ควรเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนจาก สส. ผู้ลงพื้นที่จริงอย่างแท้จริง เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายที่จะประกาศใช้ในอนาคตจะสามารถแก้ปัญหา PM 2.5 ได้อย่างยั่งยืน แทนที่จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจนประชาชนกลายเป็นผู้รับกรรมฝ่ายเดียว
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น