ครม.สัญจร สงขลา 2569: นายกฯ ลุยถก 4 วาระเร่งด่วนชายแดนใต้
ครม.สัญจร จ.สงขลา 1 ก.ย. 2569 ไฟเขียว 4 วาระเร่งด่วนและโครงการรถไฟทางคู่ พร้อมชูแนวทาง 'คุยไปปราบไป' แก้ไฟใต้ ย้ำไม่ปิดประตูเจรจา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ครม.สัญจร จ.สงขลา 1 ก.ย. 2569 เคาะ 4 วาระเร่งด่วนครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนใต้
- เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงรถไฟทางคู่และยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระบบราง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ชูแนวทางแก้ไฟใต้ด้วยการบูรณาการและปรับปรุงแผนควบคุม
- ย้ำจุดยืนไม่ปิดช่องทางเจรจาควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศแนวทางขับเคลื่อนด่วนเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยมุ่งเน้นไปที่ 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต
นอกเหนือจากมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และการผลักดันยุทธศาสตร์เทคโนโลยีระบบราง เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับโครงการเร่งด่วนอื่น ๆ ที่มุ่งกระตุ้นการพัฒนาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังคงต้องหาทางออกอย่างยั่งยืน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการว่า จำเป็นต้องมีการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์และมาตรการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน พร้อมทั้งยกระดับการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"รัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ ได้มากกว่าญาติพี่น้องของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งรัฐบาลมีเจตนาเพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่"
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีได้สะท้อนมุมมองสำคัญว่า กลไกภาครัฐไม่สามารถเข้าถึงเข้าใจพี่น้องในพื้นที่ได้ดีเท่ากับบุคคลใกล้ชิดหรือญาติพี่น้องของผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้น แนวทางการสร้างสันติสุขจึงต้องเปิดกว้างและไม่ปิดกั้นช่องทางในการเจรจา โดยอาจดึงเครือข่ายคนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสารทำความเข้าใจ
การประชุม ครม.สัญจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนให้เห็นความพยายามของรัฐบาลในการผสมผสานนโยบายด้านความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและการคมนาคม เช่น รถไฟทางคู่ แนวคิดการแก้ปัญหาแบบ 'คุยไปปราบไป' หรือการเปิดพื้นที่เจรจาร่วมกับคนท้องถิ่น ถือเป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์จริงบนพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม
อย่างไรก็ตาม ควบคู่ไปกับการเปิดเจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจอันดี รัฐบาลยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น