Manchester City ทุ่มสถิติ 458 ล้านปอนด์ยกเครื่องกองกลางใหม่
Manchester City ทุ่มงบซัมเมอร์ทำลายสถิติพรีเมียร์ลีกด้วยยอดใช้จ่าย 458 ล้านปอนด์ คว้าตัว Enzo Fernandez, Elliot Anderson และ Ayyoub Bouaddi ร่วมทีม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Manchester City ทุ่มเงิน 458 ล้านปอนด์ในตลาดซัมเมอร์ สร้างสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก
- แดนกลางถูกยกเครื่องใหม่หลังการเข้ามาของกุนซือ Enzo Maresca
- คว้าตัวหลักสามรายประกอบด้วย Enzo Fernandez, Elliot Anderson และ Ayyoub Bouaddi
- สโมสรยังคงตั้งคำถามเรื่องการไม่มีกองหน้าตัวสำรองให้ Erling Haaland
ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ปิดฉากลงด้วยความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Manchester City ที่ตัดสินใจยกเครื่องขุมกำลังครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่ Enzo Maresca ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก Pep Guardiola ด้วยการสนับสนุนเต็มที่จากผู้อำนวยการฟุตบอล Hugo Viana จนทำให้สโมสรสร้างสถิติการใช้จ่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกด้วยยอดรวมถึง 458 ล้านปอนด์
การลงทุนก้อนโตดังกล่าวสะท้อนผ่านการทำลายสถิติค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรถึงสองครั้งในซัมเมอร์นี้ เริ่มจากการคว้าตัว Enzo Fernandez อดีตกัปตันทีม Chelsea มาด้วยค่าตัวเทียบเท่าสถิติเกาะอังกฤษที่ 125 ล้านปอนด์ ตามด้วยการดึงตัว Elliot Anderson มาจาก Nottingham Forest ในราคา 116 ล้านปอนด์ และแข้งดาวรุ่งวัย 18 ปีชาวโมร็อกโก Ayyoub Bouaddi ในราคา 86 ล้านปอนด์ ซึ่งสามแข้งใหม่นี้คิดเป็นสัดส่วนหลักของงบลงทุนทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการอำลาทีมของนักเตะแกนหลักหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกัปตันทีม Bernardo Silva, เจ้าของรางวัล Ballon d'Or ปี 2024 อย่าง Rodri, Tijjani Reijnders และ Nico Gonzalez ส่งผลให้แผงมิดฟิลด์ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกรายนี้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าในมุมมองของผู้บริหารระดับสูงจะพอใจกับผลงานในตลาดซื้อขายช่วงสองเดือนที่ผ่านมา รวมถึงตลาดหน้าหนาวที่เคยดึงตัว Antoine Semenyo และ Marc Guehi มาล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม แม้สโมสรจะทุ่มเงินสุทธิในปี 2026 ไปถึง 208 ล้านปอนด์ (หลังหักรายได้จากการขายนักเตะออก 334 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมถึงค่าตัว Rodri 65 ล้านปอนด์ และ Savinho 75 ล้านปอนด์) แต่สิ่งที่แฟนบอลและสื่อมวลชนหลายคนตั้งข้อสังเกตก็คือ การที่สโมสรยังไม่ได้ดึงกองหน้าธรรมชาติเข้ามาเป็นแบ็กอัปให้กับ Erling Haaland โดยตรง ท่ามกลางความคาดหวังว่าดาวรุ่งหรือผู้เล่นสารพัดประโยชน์จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระแทน
การยกเครื่องแดนกลางครั้งใหญ่ของ Manchester City สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนปรัชญาแท็กติกครั้งสำคัญภายใต้ Enzo Maresca ที่ต้องการผู้เล่นมิดฟิลด์ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง สามารถสลับบทบาทระหว่างการยืนตำแหน่งแบบกล่อง (box) และแบบเพชร (diamond) ได้อย่างคล่องตัว การเข้ามาของแข้งป้ายแดงอย่าง Fernandez และ Anderson จึงไม่ใช่แค่การซื้อซูเปอร์สตาร์มาประดับทีม แต่เป็นการปรับโครงสร้างระบบการครองบอลและการกดดันคู่แข่งให้สอดคล้องกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องการมิดฟิลด์ซึ่งเล่นได้หลายมิติ
ในด้านแท็กติก Maresca ได้ทดลองใช้งานรูปแบบมิดฟิลด์ที่หลากหลาย เช่นการจัดทัพแบบรูปทรงกล่องในเกมพบ Bournemouth โดยมี Guehi และ Andersonคุมฐานแดนล่าง หรือการใช้รูปทรงเพชรในเกมพบ Crystal Palace ซึ่งความหลากหลายเหล่านี้ทำให้กุนซือชาวอิตาลีมีตัวเลือกใช้งานระดับเวิลด์คลาสในเกือบทุกตำแหน่ง ทว่าบททดสอบที่แท้จริงคือการผสมผสานนักเตะเหล่านี้ให้ลงตัวพร้อมกับการรับมือความคาดหวังในการล่าแชมป์ทุกรายการ
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น