ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Noeuds Marins: ประติมากรรมแสงแก้วรูปปมเชือกเลขแปด

Francois Hurtaud ดีไซเนอร์ เปิดตัว Noeuds Marins ประติมากรรมแสงแก้วลิมิเต็ดอิดิชันที่แปลงร่างปมเชือกเลขแปดให้ฉายเงาเคลื่อนไหวได้

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Sep 2026ที่มา: designboom2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Noeuds Marins: ประติมากรรมแสงแก้วรูปปมเชือกเลขแปด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Noeuds Marins แปลงปมเชือกเลขแปดให้กลายเป็นประติมากรรมแสงแก้ว
  • ผลงานโดยดีไซเนอร์ Francois Hurtaud จากความทรงจำวัยเด็กในแคว้นเบรอตาญ
  • ชิ้นงานภายในมีไฟส่องสว่างเพื่อฉายเงาถักทอลงบนผนังรอบด้าน
  • กระบวนการผลิตผ่านเวิร์กชอปในกัวลาลัมเปอร์และฮ่องกง

Francois Hurtaud ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์ ได้เปิดตัวผลงานชิ้นใหม่ในชื่อ Noeuds Marins หรือที่รู้จักในชื่อ Glass Knot ซึ่งเป็นการนำปมเชือกรูปเลขแปดมาเปลี่ยนให้กลายเป็นประติมากรรมแสงไฟแก้วแบบลิมิเต็ดอิดิชัน แรงบันดาลใจของโครงการนี้มาจากปมเชือกที่เขาได้เรียนรู้และฝึกผูกด้วยมือในวัยเด็กระหว่างอาศัยอยู่ที่แคว้นเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส โดยนำท่าทางการเคลื่อนไหวของมือที่คุ้นเคยมาตรึงให้กลายเป็นรูปทรงแก้วถาวรที่มีระบบไฟส่องสว่างจากภายใน

แม้ว่าตัวประติมากรรมแก้วจะตั้งอยู่กับที่และมีโครงสร้างคงที่ แต่เมื่อเปิดไฟส่องสว่าง ตัวชิ้นงานจะทำหน้าที่ฉายเงาถักทออันซับซ้อนลงบนผนังบริเวณรอบข้าง เงาที่ปรากฏเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนรูปร่างไปตามตำแหน่งของผู้รับชมและสภาพแสงภายในพื้นที่จัดแสดง สร้างความสัมพันธ์แบบไดนามิกที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ระหว่างตัววัตถุกายภาพและการฉายแสง

contemporary glass art sculpture exhibition

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดขึ้นผ่านกระบวนการศึกษาด้วยมือและการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดย Hurtaud ได้ใช้เชือกจริงเพื่อตรวจสอบโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของปมเชือกเลขแปดอย่างละเอียด ก่อนที่จะแปลงเรขาคณิตดังกล่าวให้ออกมาเป็นรูปทรงสามมิติ จากนั้นจึงพัฒนาต่อผ่านขั้นตอนการสร้างโมเดล การทำต้นแบบ และกระบวนการหล่อแก้ว ซึ่งดำเนินงานผ่านเวิร์กชอปที่ตั้งอยู่ในกัวลาลัมเปอร์และฮ่องกง

การนำวัสดุโปร่งใสอย่างแก้วมาตีความงานฝีมือดั้งเดิมอย่างการผูกปมเชือก ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการผสานศิลปะหัตถกรรมเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย โดยการเล่นกับเงยและแสง (Shadow play) ช่วยให้งานประติมากรรมนิ่ง ๆ มีชีวิตชีวาขึ้นผ่านปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมนับเป็นการเพิ่มมิติให้งานศิลปะไม่ใช่แค่ตั้งโชว์ แต่สร้างประสบการณ์ร่วมได้

สำหรับผลงานแต่ละชิ้นในซีรีส์นี้ได้รับการผลิตขึ้นเป็นชิ้นงานเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique piece) โดยผสมผสานความคงทนถาวรของวัตถุก่อรูปเข้ากับคุณสมบัติของแสงและเงาที่พลิกผันได้ตลอดเวลา นับเป็นการขยายขอบเขตของรูปทรงกายภาพให้ออกไปสู่พื้นที่รอบข้างอย่างลงตัว

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้