นักพัฒนา iOS 10 ปี สร้างแอปแรกโดยไม่เขียนโค้ดเองเลย
นักพัฒนา iOS ประสบการณ์ 10 ปี ใช้เวลาช่วงลาคลอดสร้างแอปส่วนตัวตัวแรกชื่อ AffirmCount โดยพึ่งพา AI ทั้งหมดแบบไม่เขียนโค้ดเองแม้แต่บรรทัดเดียว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นักพัฒนา iOS 10 ปีสร้างแอปส่วนตัวตัวแรกโดยไม่เขียนโค้ดเอง
- เลือกใช้วิธีตรวจสอบผลลัพธ์การทำงานแทนการตรวจโค้ดของ AI
- แก้ปัญหาภาษาเกาหลีด้วยระบบความคล้ายคลึงแทนการเขียนโค้ดแข็ง
การสร้างแอปพลิเคชันสักตัวมักเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทักษะการเขียนโปรแกรมอย่างเข้มข้น แต่นักพัฒนา iOS รายหนึ่งที่มีประสบการณ์ในวงการมานานถึง 10 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในช่วงเวลาที่เขาลาเพื่อดูแลบุตร โดยเขาได้ตัดสินใจพัฒนาแอปพลิเคชันส่วนตัวตัวแรกในชีวิตขึ้นมา ทว่ากลับไม่มีการเขียนโค้ดด้วยมือของตัวเองเลยแม้แต่บรรทัดเดียวผ่านแนวทางการพัฒนาแบบใช้ AI ควบคุมทั้งหมด
เจ้าตัวยอมรับว่าตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขามักจะทำงานร่วมกับ WebView เป็นหลัก ทำให้เขาไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของโค้ด SwiftUI ที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นมาได้เลย ด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งกฎเหล็กให้กับตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะไม่ยอมอ่านโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว เนื่องจากรู้ตัวดีว่าไม่มีศักยภาพพอที่จะตรวจสอบความถูกต้องของมันได้
แทนที่จะเสียเวลาตรวจโค้ด เขาเลือกที่จะเปลี่ยนไปใช้วิธีตรวจสอบผลลัพธ์การทำงานแทน ตัวอย่างเช่นในกรณีของแอป AffirmCount ที่เกี่ยวข้องกับภาษาเกาหลี ซึ่งมีคำชี้แจงไวยากรณ์ที่ซับซ้อนอย่างคำว่า 나 และ 내 ที่เปลี่ยนรูปไปตามคำข้างหน้า ทำให้ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์กับข้อความที่บันทึกไว้มีความแตกต่างกันแม้จะมีความหมายเหมือนกันก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในช่วงแรกเขาเคยสั่งให้ AI เขียนโค้ดจัดการกฎภาษาเกาหลีแบบตายตัว แต่ปรากฏว่าเคสปัญหาย่อยมีจำนวนมากเกินกว่าจะควบคุมไหว เขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่โดยกำหนดให้ใช้ระบบคะแนนความคล้ายคลึงที่ระดับ 85 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปแทนการจับคู่แบบตรงตัว ซึ่งการตัดสินใจปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้นอกจากจะไม่ต้องเขียนโค้ดเองแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนได้อย่างราบรื่น
แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบไม่ต้องเขียนโค้ดเองหรือที่เรียกว่า Vibe Coding สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านบทบาทของนักพัฒนา จากผู้ลงมือเขียนคำสั่งทีละบรรทัดไปสู่การเป็นผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมระบบ (Orchestrator) ที่คอยป้อนโจทย์ ตรวจสอบพฤติกรรม และประเมินผลลัพธ์ปลายทาง ซึ่งในอนาคตนักพัฒนาซอฟต์แวร์อาจต้องปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับเอเจนต์ AI มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับรายละเอียดทางเทคนิคระดับล่าง
ในท้ายที่สุด บันทึกการทำงานเก่าบนเครื่อง MacBook ของเขาก็ไม่ได้เต็มไปด้วยข้อความที่เขาพิมพ์สั่งงาน แต่กลับเต็มไปด้วยบทสนทนาระหว่างเอเจนต์ AI ที่สื่อสารกันเอง โดยข้อความแรกสุดที่เขาพิมพ์สั่งการระบบไปก็คือการแต่งตั้งให้อัจฉริยะประดิษฐ์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักของคลังโค้ดแห่งนี้ และมีแผนที่จะเพิ่มระบบ AI บนอุปกรณ์พกพาเข้ามาในแอปพลิเคชัน AffirmCount ซึ่งเปิดให้ใช้งานผ่านทั้งทาง App Store และ Google Play ต่อไปในอนาคต
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น