ศึกแย่งชิงนักท่องเที่ยวจีน: เมื่อ AI กลายเป็นผู้คัดเลือก
ผลศึกษาเผย AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวางแผนท่องเที่ยวของชาวจีน โดยทำหน้าที่คัดกรองและจัดลำดับรายชื่อจุดหมายปลายทางตั้งแต่เริ่มต้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ผลศึกษาจาก Create Consulting China ทดสอบ 240 คำถามท่องเที่ยวบน 5 แพลตฟอร์ม AI ชั้นนำของจีน
- AI ส่งผลกระทบมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นของการวางแผน โดยเป็นตัวกำหนดว่าจุดหมายปลายทางใดจะได้เข้าสู่รอบคัดเลือก
- ปัจจัยที่ AI ให้ความสำคัญ ได้แก่ ความสะดวกเรื่องวีซ่า ระยะเวลาบิน ความปลอดภัย และเนื้อหาภาษาจีน
- นักท่องเที่ยวจีน 44% ใช้ AI ช่วยวางแผน แต่ยังคงพึ่งพาแพลตฟอร์ม OTA ในการเปรียบเทียบและจองบริการ
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน การวางแผนท่องเที่ยวของชาวจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง ไปสู่การให้ AI เป็นผู้ช่วยแนะนำจุดหมายปลายทาง และทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า นักท่องเที่ยวอาจพลาดข้อมูลอะไรไปบ้างเมื่อ AI เป็นผู้เลือกให้
บริษัทที่ปรึกษา Create Consulting China ได้ทำการทดสอบคำถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจำนวน 240 คำถาม ผ่านโมเดล AI ชั้นนำของจีน 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ERNIE Bot ของ Baidu, Doubao ของ ByteDance, Tongyi Qianwen ของ Alibaba, DeepSeek และ Tencent Yuanbao โดยใช้โปรไฟล์นักท่องเที่ยว 8 รูปแบบ เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการค้นหาจุดหมายปลายทางแบบกว้างๆ กับการค้นหาที่จำกัดเฉพาะทวีป เช่น คำถามยอดฮิตอย่าง "ประเทศไหนน่าเที่ยวที่สุดสำหรับวันหยุดวันชาติ?" หรือ "อยากไปเที่ยวทวีปยุโรปช่วงวันชาติ ควรไปไหนดี?"

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า อิทธิพลที่สำคัญที่สุดของ AI ไม่ได้อยู่ที่การช่วยตัดสินใจเลือกโรงแรมหรือหาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด แต่เกิดขึ้นในขั้นตอนแรกสุดของการค้นหา นั่นคือการคัดกรองและตัดตัวเลือกออกก่อนที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พิจารณาด้วยซ้ำ วิธีการตั้งคำถามของผู้ใช้งานจึงส่งผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่ AI แนะนำ
การที่ AI เข้ามามีบทบาทในการคัดกรองรายชื่อจุดหมายปลายทางตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream influence) ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับนักการตลาดท่องเที่ยว เมืองหรือประเทศที่ไม่ติดอยู่ในรายชื่อสั้นๆ ที่ AI แนะนำตั้งแต่แรก แทบไม่มีโอกาสถูกเลือกเลย แม้จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมเพียงใดก็ตาม ทำให้การปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับอัลกอริทึมของ AI กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ
ผลการทดสอบยังสะท้อนให้เห็นว่า AI มีความระมัดระวังและอนุรักษ์นิยมมากกว่ามนุษย์ โดยจะให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
- ความง่ายในการขอวีซ่าและการเข้าเมือง
- ระยะเวลาการเดินทางและเที่ยวบินที่สั้น
- บันทึกด้านความปลอดภัยของประเทศปลายทาง
- ปริมาณและความพร้อมของเนื้อหาที่เป็นภาษาจีน
ปัจจัยเหล่านี้สร้างวงจรป้อนกลับ (Compounding feedback loop) ที่ส่งผลให้เมืองยอดนิยมอยู่แล้วอย่าง สิงคโปร์ ไทย และญี่ปุ่น ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นผ่านการแนะนำของ AI ในขณะที่การระบุขอบเขตของทวีป เช่น การค้นหาเจาะจงไปที่ยุโรปหรือภูมิภาคอื่น ช่วยให้ AI แสดงผลลัพธ์สถานที่ใหม่ๆ เช่น แอฟริกาใต้และเม็กซิโก ซึ่งไม่เคยปรากฏในการค้นหาแบบปลายเปิดเลย
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน AI ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยในการค้นหาและคัดเลือกช่วงตั้งต้นเท่านั้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงขั้นตอนการทำธุรกรรม โดยสถิติระบุว่ามีนักท่องเที่ยวจีนถึง 44% ที่ใช้งาน AI เพื่อการวางแผนการเดินทาง แต่พวกเขาก็ยังคงหันไปใช้แพลตฟอร์มตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTA เพื่อเปรียบเทียบราคาและทำการจองจริง
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น