แจกสูตรเด็ดปลาทู 1 เข่ง ทำ 5 เมนูอร่อยคุ้มค่า
รวม 5 เมนูเด็ดจากปลาทู 1 เข่ง ทั้งน้ำพริก ต้มยำ ข้าวผัด ผัดฉ่า และยำ พร้อมคุณประโยชน์ทางโภชนาการจากกรมอนามัย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ปลาทู 1 เข่งมีประมาณ 2-4 ตัว ดัดแปลงได้ทั้งต้ม ผัด ยำ และน้ำพริก
- อุดมด้วยโอเมก้า 3 โปรตีน ไอโอดีน แคลเซียม และวิตามินดีจากกรมอนามัย
- นำมาทำน้ำพริกปลาทูย่าง ต้มยำแซ่บ ข้าวผัด ข้าวผัดชะอม และผัดฉ่าสมุนไพรได้
ปลาทูถือเป็นวัตถุดิบประจำครัวไทยที่เข้าถึงได้ง่ายและครองใจคนทุกวัย โดยปกติแล้วปลาทู 1 เข่งจะมีปริมาณราว 2-4 ตัวขึ้นอยู่กับขนาด หลายคนมักคุ้นเคยกับการซื้อมาจากตลาดแล้วนำไปทอดกรอบรับประทานคู่กับน้ำพริกแบบเดิมๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนื้อปลาทูนึ่งมีความมัน ความนุ่ม และรสชาติกลมกล่อมในตัวเอง ซึ่งเปิดโอกาสให้สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูจานเด็ดได้หลากหลายรูปแบบทั้งประเภทต้ม ผัด ยำ และการโขลกทำน้ำพริก
ในแง่ของโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลระบุว่าปลาทูเป็นปลาทะเลที่มีกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 ในปริมาณสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและหัวใจ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนคุณภาพดี ไอโอดีน แคลเซียม และวิตามินดี ที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน การรับประทานปลาทูจึงไม่ได้มีดีแค่ความประหยัดเท่านั้น แต่ยังให้คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนต่อร่างกายอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับเมนูแรกที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ น้ำพริกปลาทู โดยมีวิธีทำคือนำเนื้อปลาทูไปย่างหรือทอดให้ส่งกลิ่นหอม พร้อมกับย่างพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียม จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย เมนูนี้มีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นพริกย่าง ทานคู่กับผักสด ผักต้ม และข้าวสวยร้อนๆ ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี
ต่อมาคือเมนู ต้มยำปลาทู วิธีทำคือตั้งน้ำให้เดือดแล้วใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนูสวนที่ทุบไว้ พอน้ำเดือดจัดให้ใส่ปลาทูลงไปโดยห้ามคนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นคาว จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำมะนาวสด เมนูนี้จะได้น้ำซุปร้อนๆ รสชาติเปรี้ยวดล็ดเผ็ดแซ่บ ช่วยแก้เลี่ยนและชูรสชาติความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาทูได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนู ข้าวผัดปลาทู ที่เหมาะสำหรับใช้ปลาทูเหลือจากมื้อก่อนหน้า โดยแกะเนื้อปลาเป็นชิ้นๆ ผัดกระเทียมพริกสับกับข้าวสวยเย็น ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและน้ำปลา โรยหน้าด้วยชะอมหรือต้นหอมซอย ได้รสสัมผัสความมันผสมผสานความเผ็ดร้อน
"น้ำซุปร้อนๆ รสชาติเปรี้ยวเผ็ดแซ่บ ช่วยแก้เลี่ยน และชูรสชาติความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาทูได้อย่างลงตัว"
วิธีทำต้มยำปลาทู
หากต้องการความจัดจ้านสะใจ ขอแนะนำ ปลาทูผัดฉ่า โดยทอดปลาทูให้สุกเหลืองแล้วพักไว้ ตั้งกระทะผัดพริกแกงหรือพริกสดโขลกกระเทียม ใส่กระชายซอย พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา และพริกชี้ฟ้า นำปลาทูลงไปคลุกเคล้าเบาๆ ได้รสเผ็ดร้อนหอมสมุนไพร และอีกหนึ่งเมนูทำง่ายคือ ยำปลาทูทรงเครื่อง นำเนื้อปลาทูทอดหรือนึ่งมาผสมกับตะไคร้ซอย หอมแดงซอย พริกขี้หนูสวน ผักชีฝรั่ง ปรุงน้ำยำด้วยมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลเคี่ยวเล็กน้อย เป็นจานแซ่บที่ไม่ต้องใช้ความร้อนนาน
การนำปลาทูมาแปรรูปเป็นเมนูหลากหลายนอกจากจะช่วยเพิ่มความน่าเบื่อหน่ายให้กับอาหารมื้อเดิมแล้ว ยังเป็นภูมิปัญญาการจัดการวัตถุดิบในครัวเรือนไทยที่ยอดเยี่ยม ปลาทูนึ่ง 1 เข่งสามารถกระจายสัดส่วนโปรตีนและโอเมก้า 3 ให้กับสมาชิกในครอบครัวได้ครบทุกมื้อในราคาประหยัด สอดคล้องกับแนวคิดการบริโภคอาหารท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น