กมธ.ตำรวจ เรียกพริษฐ์-ยิ่งชีพ แจงปมเอกสารดีเอสไอคดีฮั้ว สว.
กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เรียก พริษฐ์-ยิ่งชีพ พร้อมอธิบดีดีเอสไอและผู้บังคับการกองปราบ แจงปมเผยแพร่เอกสารคดีพิเศษ 24/2568 วันที่ 3 ก.ย. 2569 ยันไร้เกมการเมือง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.ตำรวจ เรียกพริษฐ์-ยิ่งชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจงปมเอกสารดีเอสไอ
- ถกกรณีรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ 24/2568 ฐานอั้งยี่หลุดสู่สาธารณะ
- ดีเอสไอแจ้งความกองปราบปมเอกสารหลุดกระทบการปฏิบัติงาน
- ประธาน กมธ. ยืนยันการตรวจสอบมุ่งหาข้อเท็จจริงและไร้เกมการเมือง
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. ได้ดำเนินการวาระพิจารณาสำคัญกรณีการเผยแพร่เอกสารรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางสื่อสาธารณะต่างๆ โดยในการประชุมครั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญบุคคลและผู้เกี่ยวข้องสำคัญเข้าให้ข้อมูลหลายราย
สำหรับการเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลต่อที่ประชุมในครั้งนี้ประกอบไปด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาที่ไปและการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. ถึงประเด็นดังกล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองบังคับการปราบปราม กรณีที่มีบุคคลนำเอกสารราชการดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งทางดีเอสไอระบุในคำร้องว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
การตรวจสอบเอกสารหลุดในคดีพิเศษถือเป็นประเด็นอ่อนไหวทางกฎหมายและการเมือง เนื่องจากรายงานการสอบสวนในชั้นสืบสวนมักมีข้อมูลเชิงลึกที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบในชั้นศาล การที่เอกสารเหล่านี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะจึงสร้างแรงกดดันต่อทั้งหน่วยงานผู้ทำสำนวนและผู้ที่ถูกพาดพิง ขณะที่บทบาทของคณะกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎรคือการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐและสร้างความโปร่งใสให้สังคม โดยต้องรักษาสมดุลไม่ให้ก้าวล่วงสำนวนคดีในกระบวนการยุติธรรม
ประธาน กมธ.ตำรวจ กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการว่า ทาง กมธ. ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือเพื่อตรวจสอบว่าเอกสารราชการดังกล่าวรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะได้อย่างไร เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวดำเนินการจากฝ่ายเดียว ซึ่งหน้าที่หลักของคณะกรรมาธิการคือการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่รอบด้านและถูกต้องตรงกัน
"กมธ. มีหน้าที่หาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง"
วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามประเด็นสำคัญว่าการเรียกมาให้ข้อมูลครั้งนี้จะนำไปสู่การเอาผิดผู้ที่นำเอกสารมาเปิดเผยต่อสาธารณะด้วยหรือไม่ ทางประธาน กมธ.ตำรวจ ได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันเจตนารมณ์การทำงานของคณะกรรมาธิการว่าดำเนินการไปตามกรอบหน้าที่เพื่อค้นหาความจริงและไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองแต่อย่างใด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น