ข้ามไปเนื้อหาหลัก

PwC เผย 46% ครัวเรือนอังกฤษไม่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจเติบโต

ผลการศึกษาจาก PwC ชี้ครัวเรือนอังกฤษ 12.5 ล้านหลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตแต่รายได้ไม่ขยายตาม พร้อมช่องว่างรายได้เหนือ-ใต้ที่ยังคงห่างกันชัดเจน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Sep 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
PwC เผย 46% ครัวเรือนอังกฤษไม่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจเติบโต

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ครัวเรือนอังกฤษ 46% หรือราว 12.5 ล้านครัวเรือน ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • ภาคเหนือของอังกฤษ มิดแลนด์ และเวลส์ มีอำนาจการใช้จ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
  • ยอร์กเชียร์และเดอะฮัมเบอร์หนักสุด อำนาจการใช้จ่ายลดลงถึง 1,917 ปอนด์ต่อปี
  • พรีเมียร์ลีกและรัฐบาลเร่งผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจ (Devolution) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

รายงานล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษา PwC เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ประชาชนในสหราชอาณาจักรเกือบครึ่งหนึ่งยังคงไม่สามารถเข้าถึงความกินดีอยู่ดีที่ควรจะมาพร้อมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยพบว่าครัวเรือนจำนวน 12.5 ล้านหลังคาเรือน หรือคิดเป็น 46% ของประเทศ อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่สามารถยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้ดีขึ้นได้จริง

ผลการศึกษานี้ระบุว่า ทุกภูมิภาคทางตอนเหนือของอังกฤษ แคว้นมิดแลนด์ และเวลส์ มีอำนาจการใช้จ่ายของครัวเรือนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่กรุงลอนดอนและพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างสบายๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ยังคงฝังรากลึก

46%ครัวเรือนอังกฤษไม่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโต
£1,917ยอร์กเชียร์ฯ อำนาจใช้จ่ายลดลงต่อปี
£2,154ภาคตะวันออกเฉียงใต้ อำนาจใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อปี

ในแง่ของตัวเลขที่เป็นรูปธรรม รายงานระบุว่าครัวเรือนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษมีอำนาจการใช้จ่ายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยแห่งชาติถึง 6.6% หรือเทียบเท่ากับการมีเงินน้อยลง 1,542 ปอนด์ต่อปี ขณะที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีตัวเลขลดลง 1,493 ปอนด์ และยอร์กเชียร์และเดอะฮัมเบอร์ถือว่าย่ำแย่ที่สุดด้วยอำนาจการใช้จ่ายที่ลดลงถึง 1,917 ปอนด์ต่อปี

UK city street shopping district daytime

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในทางตรงกันข้าม ครัวเรือนในภาคตะวันออกเฉียงใต้กลับมีอำนาจการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 9% หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2,154 ปอนด์ต่อปี ตามมาด้วยกรุงลอนดอน ทั้งนี้ PwC ได้คำนวณตัวเลขดังกล่าวโดยพิจารณาจากรายได้หลังหักภาษีและค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย รวมถึงขนาดและองค์ประกอบของครัวเรือน เพื่อสะท้อนถึงเงินสดที่มีอยู่จริงสำหรับใช้จ่ายในด้านอื่นๆ

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"ความสำเร็จไม่ควรถูกตัดสินเพียงแค่ว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตหรือไม่ แต่ต้องดูว่าการเติบโตนั้นนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง โอกาสที่กว้างขึ้น และชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้คนในชุมชนด้วยหรือไม่"

รายงานจาก PwC

รายงานชิ้นนี้ยังชี้ให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจภายในภูมิภาคเดียวกันเอง โดยพบว่าเขตริชมอนด์มีรายได้สุทธิเฉลี่ยต่อปีสูงที่สุดในลอนดอนที่ 35,448 ปอนด์ ซึ่งสูงเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับเขตฮัมเมอร์สไมทช์และฟูแลมที่มีตัวเลขเพียง 18,384 ปอนด์เท่านั้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยทางตอนใต้จะสูงกว่าทางเหนือ แต่รายได้โดยรวมที่สูงกว่าก็ช่วยพยุงสถานการณ์ไว้ได้

อำนาจการใช้จ่าย (Spending Power) ถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณภาพชีวิตของประชาชนได้แม่นยำกว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เนื่องจาก GDP อาจเติบโตจากการลงทุนขนาดใหญ่หรือภาคธุรกิจ แต่หากผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่แค่บางกลุ่มหรือบางพื้นที่ ประชาชนทั่วไปก็จะไม่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างลอนดอนกับภูมิภาคอื่นๆ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลอังกฤษชุดใหม่ต้องเร่งแก้ไขผ่านนโยบายการกระจายอำนาจและการใช้งบประมาณภาคมหภาค

ด้านโฆษกรัฐบาลอังกฤษระบุว่า การจัดตั้งหน่วยงาน No10 North เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการขับเคลื่อนการเติบโตเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศ พร้อมทั้งได้ประกาศมอบอำนาจทางการเงินที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับบรรดานายกเทศมนตรีในอังกฤษ เพื่อให้สามารถรับส่วนแบ่งจากรายได้ภาษีมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับบริการสาธารณะต่อไป

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้