สภาเดือด! โรมจี้นับองค์ประชุมถกญัตติไฟใต้ ‘โสภณ’ ชิงปิดสภา
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 20.00 น. ระอุ หลังโรมและปกรณ์วุฒิขอนับองค์ประชุมหลังเกรงถกญัตติชายแดนใต้ไม่จบ ด้านโสภณชิงปิดประชุม 20.24 น.

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สภาเดือดเวลา 20.00 น. ถกญัตติชายแดนใต้ส่อแววไม่จบในวันเดียว
- โรมและปกรณ์วุฒิจากพรรคประชาชนขอนับองค์ประชุมหลังหวั่นยืดเยื้อ
- โสภณระบุเหนื่อยต้องนั่งบัลลังก์คนเดียวเพราะรองประธานติดภารกิจ
- ที่ประชุมวุ่นวายโต้เถียงกันไปมาก่อนโสภณตัดสินใจปิดประชุมเวลา 20.24 น.
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเวลา 20.00 น. เกิดความวุ่นวายขึ้นหลังนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นสอบถามถึงกรอบเวลาการอภิปรายญัตติด่วนเรื่องชายแดนภาคใต้ เนื่องจากวิปรัฐบาลเคยยืนยันว่าเรื่องนี้จะจบภายในวันเดียวกัน แต่ปัจจุบันมีผู้อภิปรายจำนวนมากและเกรงว่าจะถูกบีบเวลาของฝั่งฝ่ายค้าน จึงต้องการความชัดเจนว่าจะอภิปรายต่อเนื่องไปจนถึงขั้นตอนการลงมติส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีและกรรมาธิการสามัญหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้านนายโสภณ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่ารองประธานสภาทั้ง 2 ท่านติดภารกิจล่วงหน้า และในขณะนั้นเหลือสมาชิกฝั่งรัฐบาล 27 ท่าน ฝ่ายค้าน 5 ท่าน รวมถึงผู้ชี้แจง โดยตนจะให้ประชุมต่อไปอีกสักพักก่อนจะขอปิดการประชุมและนัดหมายในคราวหน้า พร้อมร้องขอให้รองนายกรัฐมนตรีหรือผู้เกี่ยวข้องมาร่วมรับฟังและชี้แจงพร้อมกันในคราวเดียว ทำให้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นสอบถามย้ำว่าหากเป็นเช่นนี้แปลว่าจะไม่จบในวันนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งนายโสภณตอบกลับว่าหากจะให้จบในวันนี้ต้องลากยาวไปถึงห้าทุ่ม แต่นตนต้องนั่งปฏิบัติหน้าที่บนบัลลังก์คนเดียวถึง 7 ชั่วโมงและไม่ไหว
นายรังสิมันต์ กล่าวแย้งว่าประเด็นชายแดนใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญมาก หากต้องเลื่อนไปรอบถัดไปจะทำให้เรื่องยืดเยื้อออกไปอีก ดังนั้นทางฝั่งฝ่ายค้านจึงขอนับองค์ประชุม ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นโต้แย้งว่าข้อตกลงเดิมไม่ได้พูดถึงการถกเถียงและเสียเวลาในช่วงบ่าย และเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายหมดสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ขณะที่นายปกรณ์วุฒิระบุว่าพรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้เริ่มอภิปรายเลยแม้แต่คนเดียว
บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการโต้ตอบกันระหว่าง สส. ฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ระบุว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มาเข้าร่วมอภิปราย แต่กลับมีการขอนับองค์ประชุม พร้อมย้ำว่าพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้เดือดร้อนมานานกว่า 20 ปี และไม่มีตัวแทนรัฐบาลมาฟังแบบนี้มาก่อน ด้านนายรังสิมันต์เสริมว่าเพราะ สส. ของฝั่งรัฐบาลถูกยิงขนาดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องขอนับองค์ประชุมเพื่อให้เรื่องนี้จบในวันนี้และได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
"ท่านประธานบอกว่าต้องนั่งเป็นประธานคนเดียวอยู่หลายชั่วโมงแล้ว แปลว่าท่านไม่เห็นใจเลยหรือ จะให้ท่านประธานนั่งอยู่จนเป็นลมคาบัลลังก์หรือ"
ศุภชัย ใจสมุทร
เหตุการณ์ความขัดแย้งเรื่ององค์ประชุมในสภาผู้แทนราษฎรสะท้อนถึงปัญหาการบริหารเวลาและการประสานงานระหว่างวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านในวาระเร่งด่วน การที่ สส. ฝ่ายค้านใช้กลไกการนับองค์ประชุมเป็นเครื่องมือต่อรองแสดงถึงความกดดันทางการเมืองที่ต้องการให้วาระสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ข้อสรุปทันที ขณะที่ฝั่งประธานในที่ประชุมและวิปรัฐบาลเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังคนและความเหนื่อยล้าในการประชุมมาราธอน ซึ่งมักนำไปสู่ความตึงเครียดและจุดจบด้วยการปิดประชุมก่อนกำหนดในลักษณะนี้บ่อยครั้งในสภาไทย
ต่อมานายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นหารือว่าที่ประชุมกำลังมองข้ามเรื่องน้ำใจและความเห็นอกเห็นใจ เนื่องจากประธานต้องนั่งปฏิบัติหน้าที่ตามลำพังเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ขณะที่นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้มีการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ พร้อมระบุให้แพนกล้องดูว่า สส. รัฐบาลไม่ได้ออกไปไหน เช่นเดียวกับนางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่าสภาไม่มีข้าวกินทำให้สมาชิกต้องออกไปข้างนอกและทานยา แต่ก็ควรปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อเช่นกัน
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายยิ่งขึ้น นายโสภณได้ตัดบทความวุ่นวายด้วยการกล่าวว่าเหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกและประชาชนที่ติดตามรับชมอยู่ต่างรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ก่อนจะตัดสินใจประกาศปิดประชุมในเวลา 20.24 น.
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น