OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra โมเดล AI Context สูง 1.05M
OpenAI เปิดตัวโมเดล GPT-6 Astra รองรับ Context สูง 1.05 ล้านโทเค็น พร้อมความสามารถ Computer-Use แต่จำกัดการเข้าถึงเฉพาะโครงการพิเศษ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra แบบปิด ชู Context Window 1.05 ล้านโทเค็น รองรับรูปภาพและข้อความ
- ทำคะแนน OSWorld V2-Offline ที่ 72.6% และ ARC-AGI-3 สูงถึง 99.9% แต่ด้านการเขียนโค้ดทำได้ 74.1%
- เป็นโมเดลแรกของ OpenAI ที่แตะระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับวิกฤต (Critical)
- คิดค่าบริการอินพุต 10 ดอลลาร์ และเอาต์พุต 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็น พร้อมจำกัดการใช้งานเข้มงวด
OpenAI สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการปล่อยโมเดลปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ในชื่อ GPT-6 Astra ซึ่งเป็นโมเดลแบบปิดและโฮสต์บนระบบของ OpenAI เอง โดยไม่มีการเปิดเผยน้ำหนักโมเดล (Model Weights) ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถนำไปติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ของตนเองได้ ในเบื้องต้นระบบเปิดให้บริการเฉพาะองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ Trusted Access และ Daybreak ของ OpenAI เท่านั้น
ในส่วนของการจัดการบริบท (Context Handling) ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับนักพัฒนา โมเดลรุ่นก่อนหน้าอย่าง Codex อาศัยวิธีบีบอัดข้อมูล (Compaction) โดยทำการสรุปบทสนทนาก่อนหน้าทิ้งไปเมื่อหน่วยความจำเต็ม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวทำให้สูญเสียรายละเอียดสำคัญที่เอเจนต์อาจต้องใช้ในภายหลัง เช่น สาเหตุที่การแก้ไขข้อผิดพลาดล้มเหลว หรือชุดทดสอบใดที่เคยรันไปแล้ว แต่สำหรับ GPT-6 Astra จะใช้วิธีเก็บบันทึกข้อมูลข้ามหน้าต่างบริบท (Context Windows) และสามารถสืบค้นกลับไปยังข้อความหรือผลลัพธ์ของเครื่องมือในอดีตได้ โดยฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานแบบทดลองผ่านการตั้งค่า config.toml และจะถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้นของ Codex ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกจากนี้ Astra ยังมีความสามารถในการตั้งคำถามกับผู้ใช้งานในระหว่างที่กำลังดำเนินงานส่วนอื่นที่ไม่ต้องรอคำตอบนั้น ซึ่งช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกของเอเจนต์ที่มักหยุดชะงักทั้งงานเมื่อติดขัดการตัดสินใจเพียงจุดเดียว หน้าข้อมูลโมเดลระบุว่า Astra มีหน้าต่างบริบทสูงถึง 1,050,000 โทเค็น, รองรับเอาต์พุตสูงสุด 128,000 โทเค็น และมีฐานความรู้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2026 รองรับอินพุตทั้งข้อความและรูปภาพ ส่วนเอาต์พุตเป็นข้อความเท่านั้น พร้อมเพิ่มระดับการใช้เหตุผล reasoning.effort อีกสองระดับเหนือกว่าค่า High ได้แก่ xhigh และ max
ในด้านผลการทดสอบประสิทธิภาพ OpenAI รายงานว่า Astra ทำคะแนนได้ 72.6% บนเกณฑ์มาตรฐาน OSWorld V2-Offline เทียบกับ 65.7% ของ GPT-5.6 Sol และเวลาในการทำงานเฉลี่ยลดลงจากราว 75 นาทีเหลือเพียง 40 นาที ส่วนคะแนนบน ARC-AGI-3 สูงถึง 99.9% โดยได้มาจากระบบ Responses API ที่คงการใช้เหตุผลระหว่างรอบการทำงาน ด้านคะแนนการเขียนโค้ด Astra ทำได้ 74.1% บน DeepSWE v1.1 ซึ่งใกล้เคียงกับคู่แข่งรายอื่นในตลาด
"Astra is the first model OpenAI has designated as reaching the Critical cybersecurity threshold in its Preparedness Framework."
OpenAI
การที่ GPT-6 Astra ถูกจัดให้อยู่ในระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นวิกฤต (Critical) สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถของโมเดลในการค้นหาช่องโหว่และสร้างชุดคำสั่งโจมตี (Exploits) พัฒนาไปไกลมากจนระบบความปลอดภัยมาตรฐานต้องเข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลโมเดล AI ยุคใหม่ที่มีความเป็นอิสระสูงในการควบคุมคอมพิวเตอร์
จุดที่ถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดคือ Astra เป็นโมเดลแรกที่ OpenAI จัดให้อยู่ในเกณฑ์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นวิกฤต (Critical) ภายใต้กรอบการเตรียมความพร้อม (Preparedness Framework) เนื่องจากในการทดสอบ โมเดลสามารถสร้างชุดคำสั่งเจาะระบบสำหรับเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการที่มีการป้องกันแน่นหนา รวมถึงค้นพบช่องโหว่ใน V8 ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนสองรายการ ซึ่งทาง OpenAI กำลังประสานงานเพื่อแจ้งผู้ดูแลระบบให้รับทราบ
สำหรับอัตราค่าบริการ Astra มีราคาอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็นสำหรับอินพุต และ 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเค็นสำหรับเอาต์พุต โดยอินพุตที่แคชไว้คิดราคา 1.00 ดอลลาร์ ส่วนคำขอที่มีอินพุตมากกว่า 272,000 โทเค็นจะคิดค่าบริการเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับอินพุตและ 1.5 เท่าสำหรับเอาต์พุตตลอดทั้งคำขอ
ที่มา: MarkTechPost
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น