ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Steve Ballmer ถูก NBA สั่งแบน 1 ปี จากคดีเงินสนับสนุน

NBA สั่งลงโทษ Steve Ballmer อดีตซีอีโอ Microsoft และทีม LA Clippers ปรับ 30 ล้านดอลลาร์ พร้อมริบสิทธิ์ดราฟท์ 5 ครั้ง หลังผลสอบชี้เอี่ยวดีลลับ Kawhi Leonard

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Steve Ballmer ถูก NBA สั่งแบน 1 ปี จากคดีเงินสนับสนุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Steve Ballmer ถูก NBA สั่งพักงานเป็นเวลา 1 ปีเต็มจากกรณีดีลลับ
  • ทีม LA Clippers ถูกปรับเงิน 30 ล้านดอลลาร์ และริบบัตรดราฟท์ในอนาคต 5 ครั้ง
  • Kawhi Leonard ยอมรับโทษปรับ 700,000 ดอลลาร์และแบนผู้จัดการส่วนตัว
  • พอดแคสต์ของ Pablo Torre เป็นชนวนเหตุสำคัญในการสืบสวนคดีนี้

วงการบาสเกตบอล NBA ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการจากรายงานความหนา 35 หน้าของสำนักงานกฎหมาย Wachtell, Lipton, Rosen & Katz ชี้ชัดว่า สตีฟ บัลเมอร์ อดีตซีอีโอของไมโครซอฟท์และเจ้าของทีม LA Clippers มีส่วนพัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องสัญญาการเป็นพรีเซ็นเตอร์มูลค่า 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับ คาวาย เลนาร์ด สตาร์ดังประจำทีม ซึ่งไม่มีการทำงานจริงตามสัญญาแต่อย่างใด

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน บัลเมอร์เคยยืนยันผ่านการให้สัมภาษณ์กับ ESPN ว่าทีมคลิปเปอร์สไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับดีลสนับสนุนดังกล่าว แต่ล่าสุดทาง NBA ได้ตัดสินใจลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการสั่งแบนบัลเมอร์เป็นเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมสั่งปรับเงินสโมสรสูงถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และริบสิทธิ์การเลือกผู้เล่นดราฟท์ในอนาคตออกไปอีก 5 ครั้งด้วยกัน ขณะที่ กิลเลียน ซุกเกอร์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการทางธุรกิจของทีมก็โดนคำสั่งแบน 1 ปีเช่นกัน เนื่องจากรายงานระบุว่าคำแถลงปฏิเสธก่อนหน้านี้ไม่เป็นความจริง

modern stadium arena scoreboard display interior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของตัวนักกีฬาอย่าง คาวาย เลนาร์ด ได้ยอมรับบทลงโทษด้วยการจ่ายค่าปรับจำนวน 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมถูกแบนผู้จัดการส่วนตัวจากการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดนี้ต้องย้อนกลับไปจากรายการพอดแคสต์ชื่อดังอย่าง Pablo Torre Finds Out ซึ่งทำหน้าที่ขุดคุ้ยเรื่องราวอื้อฉาวนี้จนนำไปสู่การเปิดโปงกระบวนการจ่ายเงินใต้โต๊ะที่เชื่อมโยงกับบริษัทฟินเทคอย่าง Aspiration และบริษัทผู้ผลิตจอภาพสนามแข่งรายใหญ่อย่าง Daktronics

30M$ค่าปรับที่ NBA สั่งลงโทษ LA Clippers
28M$มูลค่าดีลสนับสนุนที่เป็นประเด็น
5จำนวนสิทธิ์ดราฟท์ที่ถูกริบ

รายงานฉบับดังกล่าวได้อธิบายถึงเบื้องหลังการทำสัญญาจัดทำจอแสดงผลขนาดใหญ่ยักษ์อย่าง Halo Board สำหรับสนามแห่งใหม่ Intuit Dome โดยทาง Daktronics ได้เข้ามาแข่งขันเพื่อรับงานสัญญาดังกล่าวในปี 2020 ก่อนที่ทางสโมสรจะขอให้มีข้อตกลงในการคืนเงินผลประโยชน์กลับมาในรูปแบบของการทำสัญญาพรีเซ็นเตอร์ให้กับเลนาร์ด โดยมีผู้บริหารของทีมเป็นผู้กำหนดตัวเลขเงินค่าจ้างที่ชัดเจนถึง 3 ล้านดอลลาร์สำหรับสัญญา 2 ปี และยังมีการสั่งให้เพิ่มวงเงินตามงบประมาณสร้างจอภาพที่บานปลายขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุหลัก 2,000 ล้านดอลลาร์

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"We are excited to partner with Daktronics, an innovator in video displays, to develop a Halo Board that will create one of the most intense live experiences in sports."

Gillian Zucker

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในบทเรียนราคาแพงและเคสตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการตรวจสอบความโปร่งใสในวงการกีฬาอาชีพสหรัฐฯ โดยเฉพาะการพยายามหลีกเลี่ยงเพดานเงินเดือน (Salary Cap) ผ่านช่องทางสัญญาการเป็นพรีเซ็นเตอร์กับบริษัทคู่ค้าในสนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของ NBA ในปัจจุบันที่พร้อมตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากทุกช่องทาง แม้แต่สื่อใหม่อย่างพอดแคสต์ก็กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการจุดชนวนการสอบสวนระดับองค์กรได้

ทางด้านสโมสร LA Clippers ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงด้วยการส่งจดหมายประท้วงไปยัง NBA โดยอ้างว่าการสืบสวนครั้งนี้มีความลำเอียงและใช้ข้อมูลจากข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลของพอดแคสต์ จนทำให้บัลเมอร์ต้องสูญเสียเงินค่าทนายความไปมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ รวมถึงกระทบต่อชื่อเสียงและพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Daktronics รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Aspiration ที่ปัจจุบันอยู่ในเรือนจำ ได้ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของลีกเป็นอย่างดี ขณะที่เรื่องราวยังคงมีบริษัทในเครือของคลิปเปอร์สอีกสองแห่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้