ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ฟอสซิลหัววาฬยุคสำริด: เด็กชายวัย 10 ขวบพบโดยบังเอิญ

เด็กชายวัย 10 ขวบพบฟอสซิลหัววาฬยุคสำริดอายุราว 3,000 ปีที่หาด Portmuck Harbour ในไอร์แลนด์เหนือ พร้อมเครื่องมือหินฟลินต์ นักวิทยาศาสตร์เร่งตรวจสอบ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Sep 2026ที่มา: BBC Science & Environment3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ฟอสซิลหัววาฬยุคสำริด: เด็กชายวัย 10 ขวบพบโดยบังเอิญ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • เด็กชายวัย 10 ขวบพบกะโหลกศีรษะวาฬโบราณที่หาด Portmuck Harbour
  • ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าฟอสซิลนี้มีอายุเก่าแก่อาจถึง 3,000 ปีในยุคสำริด
  • การขุดค้นพบเครื่องมือหินฟลินต์ฝังอยู่ร่วมกันและต้องใช้เวลาทำความสะอาดนับสัปดาห์

การค้นพบครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเด็กชายวัย 10 ขวบชื่อจอร์จ (George) ออกไปเดินเล่นหาฟอสซิลริมชายฝั่งที่หาด Portmuck Harbour ในย่าน Islandmagee ของไอร์แลนด์เหนือ และสังเกตเห็นลวดลายประหลาดโผล่ขึ้นมาจากชั้นดินริมฝั่ง ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็นส่วนด้านหลังของกะโหลกศีรษะวาฬโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นดินมาอย่างยาวนานหลายพันปี

หาด Portmuck Harbour แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์แห่งเดียวของไอร์แลนด์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และทศวรรษ 1980 สำหรับการค้นพบหัววาฬในครั้งนี้ นักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลระบุว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอน (Natural History Museum) เข้ามาช่วยในการตรวจสอบเอกลักษณ์ของซากดึกดำบรรพ์ชิ้นนี้

archaeological excavation site soil fossil

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

คาตี แมคโมนาเกิล (Katy McMonagle) หนึ่งในนักโบราณคดีที่ร่วมขุดค้นหัววาฬดังกล่าว เปิดเผยว่าฟอสซิลชิ้นนี้มีน้ำหนักมากและขนย้ายได้ยากลำบาก ปัจจุบันซากกะโหลกดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้ในคลังสินค้าที่เมืองเบลฟาสต์ (Belfast) เพื่อเตรียมกระบวนการทำความสะอาดอย่างประณีตใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลศึกษาเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ต่อไป

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"การทำความสะอาดฟอสซิลจะต้องใช้ความละเอียดอย่างมาก เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้ได้"

คาตี แมคโมนาเกิล

นักธรณีวิทยา เอียน เอนแลนเดอร์ (Ian Enlander) จากกลุ่มอนุรักษ์วาฬและโลมาแห่งไอร์แลนด์ (Irish Whale and Dolphin Group) ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบซากดึกดำบรรพ์ก่อนจะถูกเคลื่อนย้าย แสดงความตื่นเต้นและเชื่อว่าการค้นพบนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ขณะที่การประเมินอายุของซากวาฬอาจต้องใช้เวลา แต่การขุดพบเครื่องมือหินฟลินต์ฝังอยู่ร่วมกันบ่งชี้ว่าซากวาฬนี้อาจถูกฝังไว้ในพื้นที่ Islandmagee มานานถึง 3,000 ปีแล้ว

การค้นพบโครงกระดูกสัตว์ทะเลโบราณร่วมกับเครื่องมือหินในยุคสำริดเปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์โบราณ การที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าซากวาฬอาจถูกชำแหละและใช้งานเนื้อส่วนอื่นเป็นอาหารก่อนจะฝังส่วนกะโหลกไว้นั้น สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์กับทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ในยุคนั้น ซึ่งการวิเคราะห์รอยตัดบนกระดูกและคาร์บอนเรดิโอเมตริกจะช่วยไขคำตอบทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ทางด้านเอนแลนเดอร์ยังได้เก็บภาพส่วนหูของวาฬที่ยังคงสภาพสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการทำคาร์บอนเดตติ้ง พร้อมระบุว่าการพบเฉพาะส่วนกะโหลกโดยไม่มีกระดูกส่วนอื่นอยู่ด้วยนั้นเป็นปริศนาที่ต้องหาคำตอบ และมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีร่องรอยการตัดแต่งจากมนุษย์ยุคสำริดที่นำซากวาฬไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารก่อนจะฝังเฉพาะส่วนหัวเก็บไว้

ที่มา: BBC Science & Environment

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้