ไอร์แลนด์เหนือสร้างสถิติใหม่ใช้พลังงานหมุนเวียนพุ่ง 53%
พลังงานหมุนเวียนในไอร์แลนด์เหนือทะยานสู่ระดับ 53% ในรอบปีจนถึงเดือนมิถุนายน ทำลายสถิติเดิมในปี 2022 โดยพลังงานลมครองสัดส่วนสูงสุดถึง 74%

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- สัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในไอร์แลนด์เหนือพุ่งแตะ 53% ในช่วงหนึ่งปีถึงเดือนมิถุนายน ทำลายสถิติเดิมปี 2022
- พลังงานลมครองแชมป์แหล่งผลิตหลักด้วยสัดส่วนสูงถึง 74% ตามด้วยชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์
- รัฐมนตรีเศรษฐกิจชี้ช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงานและพาภูมิภาคเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero
ไอร์แลนด์เหนือสร้างสถิติครั้งใหม่ด้านพลังงานสะอาด โดยข้อมูลระบุว่าสัดส่วนกระแสไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่งหรือคิดเป็น 53% มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีจนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถเอาชนะสถิติเดิมที่เคยทำไว้ 51% ในปี 2022 ได้สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสามารถแซงหน้าแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิมได้อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะนำเอาปริมาณกระแสไฟฟ้าที่มีการนำเข้าจากภายนอกมาร่วมคำนวณด้วยก็ตาม ปริมาณพลังงานสะอาดก็ยังคงเทียบเท่ากับสถิติสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ 50% ในช่วงปี 2022 ถึง 2023
เมื่อเจาะลึกถึงโครงสร้างการผลิต พบว่าเกือบสามในสี่หรือราว 74% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม รองลงมาคือชีวมวลซึ่งประกอบด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศ การเผาไหม้ และการหมัก ที่ให้สัดส่วนเกือบหนึ่งในห้าหรือ 18% ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่ 6% ก๊าซจากหลุมฝังกลบ 1% และพลังงานน้ำรวมถึงพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงอีก 1%
"ช่วยให้ไอร์แลนด์เหนือหลุดพ้นจากความผันผวนของราคาและมุ่งหน้าสู่ระดับราคาที่มีเสถียรภาพและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น"
Caoimhe Archibald รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจไอร์แลนด์เหนือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ทางด้าน Caoimhe Archibald รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ได้ออกมาแสดงทัศนะว่า ระดับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้นนี้จะมีส่วนช่วยสำคัญในการนำพาไอร์แลนด์เหนือออกห่างจากความผันผวนด้านราคาพลังงาน และมุ่งหน้าไปสู่เสถียรภาพด้านราคาที่เป็นธรรมสำหรับประชาชน พร้อมระบุเสริมว่าราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงฟอสซิลในตลาดโลกที่ทะยานขึ้นกำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในไอร์แลนด์เหนือเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคที่เรียกว่า dispatch down ซึ่งเกิดจากการที่กังหันลมต้องถูกสั่งให้หยุดทำงานชั่วคราวเมื่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าสูงเกินกว่าความต้องการในขณะนั้น มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อปกป้องเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ให้เกิดความเสียหายจากความผันผวนของกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ภาครัฐต้องบริหารจัดการควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์
แม้ว่าในอ่วงหลายปีที่ผ่านมาตัวเลขการผลิตพลังงานสะอาดจะเคยชะลอตัวลงบ้างเนื่องจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ แต่เป้าหมายระยะยาวของไอร์แลนด์เหนือยังคงมุ่งมั่นที่จะผลิตไฟฟ้าให้ได้ 80% จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนการเดินทางไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์และการยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างยั่งยืน
ที่มา: BBC Science & Environment
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น