ยูเครนเมินคำขู่เตือนจากอิหร่าน หลังส่งโดรนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแคสเปียน
ยูเครนไม่หวั่นคำขู่เอาคืนจากอิหร่าน หลังเปิดฉากโจมตีเรือสินค้าและแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลแคสเปียน ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงความขัดแย้งระหว่างสองสงครามเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ยูเครนโจมตีเป้าหมายทางทะเลในทะเลแคสเปียนรวมถึงเรือขนส่งสินค้าและแท่นขุดเจาะ
- เหตุการณ์นี้สร้างความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างสงครามในยูเครนและอิหร่าน
- อิหร่านขู่ตอบโต้และอ้างว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายจากการโจมตี
- เคียฟระบุว่าเรือลำดังกล่าวขนส่งชิ้นส่วนโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านไปรัสเซีย
ทางการยูเครนออกมาปฏิเสธคำขู่ที่จะทำการตอบโต้จากประเทศอิหร่านอย่างไม่ใส่ใจ หลังจากที่กองกำลังเคียฟได้มุ่งเป้าโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านลำหนึ่งที่ลอยลำอยู่ในทะเลแคสเปียนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและสงครามในยูเครนเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า กองทัพยูเครนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการปฏิบัติการโจมตีระยะไกลกลางทะเลแคสเปียน ซึ่งรวมถึงการทำลายเป้าหมายที่เป็นเรือบรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศอิหร่านโดยตรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในเวลาต่อมา ทางด้านสำนักงานความมั่นคงแห่งยูเครนหรือเอสบียู (SBU) ได้ออกมายืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้โดรนพุ่งเข้าโจมตีแท่นขุดเจาะน้ำมันบริเวณตอนเหนือของทะเลแคสเปียน พร้อมด้วยเรือลาดตระเวนติดอาวุธของรัสเซีย และเรือบรรทุกสินค้ากลุ่มที่กำลังเผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
เยฟเกน คอร์นิชชุก เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศอิสราเอล ออกมาให้ข้อมูลยืนยันว่า เรือลำที่ถูกโจมตีนั้นไม่ได้บรรทุกสินค้าพลเรือนแต่อย่างใด หากแต่กำลังขนส่งชิ้นส่วนประกอบสำหรับผลิตโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่ประเทศรัสเซีย
ทะเลแคสเปียนทำหน้าที่เป็นเส้นทางลำเลียงส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญสูงสุดระหว่างรัสเซียและอิหร่าน การที่ยูเครนตัดสินใจขยายขอบเขตปฏิบัติการมาถึงจุดนี้จึงเป็นการพยายามตัดเส้นเลือดใหญ่ด้านการส่งกำลังบำรุงที่มอสโกใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงคราม
ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างรัสเซียและอิหร่านนั้นมีความแนบแน่นเป็นอย่างยิ่ง โดยอิหร่านเริ่มส่งมอบโดรนพลีชีปรุ่นชาเฮด (Shahed) ที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศให้แก่รัสเซียตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งต่อมามอสโกได้นำโดรนเหล่านี้ไปดัดแปลงและใช้โจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสกายนิวส์ เซเลนสกีระบุว่า กรุงเตหะรานกำลังวางแผนจัดส่งขีปนาวุธวิถีโค้งหรือบัลลิสติกให้แก่รัสเซียเพื่อใช้ในสงคราม ขณะที่รายงานข่าวระบุว่าอิหร่านได้แอบส่งขีปนาวุธพิสัยใกล้ให้รัสเซียมาตั้งแต่ช่วงปี 2024 แล้ว
ทางด้านอิหร่านได้แสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงต่อการจู่โจมดังกล่าว โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอิหร่านไม่เคยเข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเลยแม้แต่ครั้งเดียว พร้อมประกาศผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่าเหตุการณ์นี้ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ไม่ได้
อีวาน สตูปัก อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ได้ให้ความเห็นกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เป้าหมายหลักของเคียฟในการเปิดแนวรบนี้คือการขัดขวางเส้นทางการค้าและสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการที่ยูเครนตัดสินใจเปิดศึกเพิ่มกับอิหร่านในเวลานี้ก็ตาม
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น