Air India รับเงินอัดฉีด 1.1 พันล้านดอลลาร์จาก Tata-Singapore Airlines
Tata Sons และ Singapore Airlines เตรียมอัดฉีดเงิน 1.1 พันล้านดอลลาร์ให้ Air India โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดตามเงื่อนไขผลงาน หลังเผชิญปีการเงิน 2026 ขาดทุนสุทธิพุ่งสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Tata Sons และ Singapore Airlines เตรียมอัดฉีดเงินสด 1.1 พันล้านดอลลาร์ให้ Air India
- เงินทุนจะถูกแบ่งจ่ายเป็นงวดตามตัวชี้วัดความสำเร็จของผลงาน
- กลุ่มแอร์อินเดียเผชิญตัวเลขขาดทุนสุทธิปี 2026 สูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์
กลุ่มบริษัท Tata Sons และ Singapore Airlines กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมอัดฉีดเงินทุนก้อนใหม่มูลค่าประมาณ 100,000 ล้านรูปี หรือราว 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่สายการบิน Air India ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าว Bloomberg ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าววงใน
โครงสร้างการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้จะถูกจัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแม่ทั้งสองแห่ง โดย Tata Sons ถือหุ้นในสัดส่วน 74.9% ขณะที่ Singapore Airlines ถือหุ้นอยู่ 25.1% โดยทาง Air India ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว
จุดที่น่าสนใจคือเงินทุนก้อนดังกล่าวจะไม่ถูกปล่อยรวดเดียวจบ แต่จะผูกติดอยู่กับเป้าหมายและตัวชี้วัดผลงาน (Performance Milestones) โดยจะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่เริ่มหมดความอดทนและต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการฟื้นฟูสายการบิน หลังจากที่ผ่านมาการดำเนินงานต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ข้อเสนอการอัดฉีดเงินทุนนี้เกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดปีงบประมาณ 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่แผนการฟื้นฟูกิจการของ Air India ต้องสะดุดลงอย่างหนัก โดยกลุ่มแอร์อินเดียรายงานตัวเลขขาดทุนสุทธิรวมสูงถึงประมาณ 222,000 ล้านรูปี หรือราว 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขขาดทุน 108,000 ล้านรูปีในปีก่อนหน้า
การที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง Tata Sons และ Singapore Airlines ตัดสินใจผูกเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินทุนเข้ากับตัวชี้วัดผลงาน ถือเป็นกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น เพื่อบีบให้ฝ่ายบริหารชุดใหม่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงปฏิบัติการ ลดภาระขาดทุน และเพิ่มความน่าเชื่อถือท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ปัญหาการส่งมอบเครื่องบินล่าช้า รวมถึงแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดการบินภูมิภาค
นอกจากตัวเลขขาดทุนที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว รายได้รวมของสายการบินยังปรับตัวลดลงเกือบ 9% มาอยู่ที่ระดับ 718,000 ล้านรูปี หรือประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจัยกดดันเหล่านี้ทำให้เจ้าของสายการบินต้องเข้ามาอุบายพยุงกิจการอีกครั้งด้วยเงื่อนไขที่รัดกุมกว่าเดิม
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น