ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ทร. โต้ข่าวกัมพูชา ยืนยัน ฮ. ไทยไม่ได้บินล้ำแดน จันทบุรี

กองทัพเรือยืนยันเฮลิคอปเตอร์ไทยไม่ได้บินล้ำแดนกัมพูชาเมื่อ 3 ก.ย. 2569 ชี้เป็นแค่การตีวงเลี้ยวเพื่อลงจอด พร้อมประสานทำความเข้าใจกันเรียบร้อย

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Sep 2026ที่มา: Matichon Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ทร. โต้ข่าวกัมพูชา ยืนยัน ฮ. ไทยไม่ได้บินล้ำแดน จันทบุรี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ทร. โต้ข่าวกัมพูชา ยืนยันเฮลิคอปเตอร์ไทยไม่ได้บินล้ำแดน
  • ระบบ GPS ชี้ชัดบินอยู่ในเขตไทย ขณะตีวงเลี้ยวเตรียมลงจอด
  • หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีประสานทำความเข้าใจกันแล้ว

เมื่อวันที่ 4 กันยายน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกมาแถลงชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนฝ่ายกัมพูชารายงานว่า มีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพไทยบินข้ามแนวเขตแดนเข้าสู่พื้นที่กัมพูชาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยยืนยันว่ากองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว และยืนยันว่าอากาศยานลำดังกล่าวไม่ได้บินล้ำแดนแต่อย่างใด

เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวปฏิบัติภารกิจนำผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและคณะ เดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณหลักเขตแดนถาวรที่ 52–59 ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี โดยในจังหวะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังเดินทางถึงฐานปฏิบัติการของหน่วยนาวิกโยธินใกล้ชายแดน นักบินได้ทำการตีวงเลี้ยวตามขั้นตอนการบินเพื่อเตรียมลงจอดอย่างปลอดภัย ซึ่งมุมมองจากภาคพื้นดินอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบินเข้าใกล้หรือข้ามแดน

52–59หลักเขตแดนพื้นที่ตรวจราชการ จ.จันทบุรี
3 ก.ย.วันที่เกิดเหตุการณ์ตรวจสอบการบิน

โฆษกกองทัพเรือระบุด้วยว่า ข้อมูลจากระบบ GPS ของอากาศยานรวมถึงศูนย์ควบคุมบินของกองทัพอากาศยืนยันตรงกันว่า ตลอดภารกิจเฮลิคอปเตอร์ยังคงบินอยู่ภายในเขตประเทศไทย และไม่มีสัญญาณเตือนว่าออกนอกเส้นทาง นอกจากนี้ นักบินผู้ควบคุมยังเป็นผู้บังคับฝูงบินจากกรมแผนที่ทหารที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างดี ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการบินล้ำเส้นเขตแดนเกิดขึ้น

Thailand army camp uniform field

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการบินลาดตระเวนหรือตรวจชายแดน มักเกิดขึ้นได้ง่ายเนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นแนวต่อระหว่างประเทศ ประกอบกับมุมมองสายตาจากภาคพื้นดินที่ไม่สามารถระบุพิกัดความสูงและมุมเลี้ยวที่แท้จริงได้ การใช้ระบบนำทางดาวเทียม (GPS) และการประสานงานช่องทางกองกำลังในพื้นที่จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดความตึงเครียดทางการทูตได้อย่างรวดเร็ว

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

ภายหลังเกิดข้อสงสัยดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีได้ประสานงานกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ทันที เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันแล้ว สถานการณ์ตามแนวชายแดนจึงกลับสู่ภาวะปกติ และไม่มีเหตุการณ์ต่อเนื่องใดๆ เกิดขึ้น

"ข้อเท็จจริงจากข้อมูลเส้นทางการบิน ยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายไทยไม่ได้ล้ำแดน และในระดับพื้นที่หน่วยของทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ"

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ

ท้ายที่สุด ทะเบียนและท่าทีของกองทัพเรือยังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างเคร่งครัด พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมด้วยความจริงใจ เพื่อร่วมกันรักษาเสถียรภาพและสันติภาพตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา: Matichon Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้