อนุทิน ต้อนรับ 76 ทูตต่างประเทศ โชว์วิชั่นดึงลงทุน เลื่อนดินเนอร์ 6 ก.ย.
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ให้การต้อนรับคณะทูตานุทูตและหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ 76 คน ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายดึงการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้อนรับคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 76 คน ณ ทำเนียบรัฐบาล
- ชูวิสัยทัศน์ปฏิรูปภาครัฐ ดึงดูดการลงทุน และเตรียมความพร้อมเข้าสู่สมาชิก OECD
- มุ่งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- เลื่อนกำหนดการดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลที่บ้านพักย่านบางพลีในวันที่ 6 กันยายนออกไปก่อน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวมจำนวน 76 คน ที่เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อรับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทย โดยมี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เปิดเผยถึงสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้
การพบปะดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้คณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเอกอัครราชทูตที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ ได้มีโอกาสสร้างความรู้จัก แลกเปลี่ยนมุมมอง และเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ทางการทูตไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในอนาคต
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ระบุว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลกำลังเร่งปฏิรูปภาครัฐควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสถาบันของประเทศให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
"ไทยจึงต้องการก้าวจากความสัมพันธ์ที่มุ่งเน้นเพียงการซื้อขายสินค้าและบริการ ไปสู่การร่วมคิด ร่วมลงทุน และสร้างสิ่งใหม่ไปด้วยกัน"
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายอนุทินยังกล่าวเสริมด้วยว่า นโยบายต่างประเทศจะต้องทำหน้าที่เป็นประตูสู่โอกาส ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสาขาที่จะกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด อาหาร และสุขภาพ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพและเปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกับทุกประเทศ
การที่รัฐบาลไทยเร่งผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากองค์การนี้กำหนดมาตรฐานระดับสูงในด้านธรรมาภิบาลและการลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในระยะยาว ท่ามกลางบริบทความท้าทายทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของความเคลื่อนไหวทางการเมือง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยถึงกำหนดการเดิมในวันที่ 6 กันยายน ที่นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นัดหมายรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมรับประทานอาหารที่บ้านพักส่วนตัวย่านบางพลี ว่าจะต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากติดภารกิจสำคัญในสัปดาห์หน้า และจะมีการแจ้งกำหนดการใหม่ให้ทราบอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา บรรยากาศการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยนายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงถึงประเด็นการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งส่งผลให้วาระรับทราบรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องถูกเลื่อนออกไป โดยทางพรรคประชาชนมองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสภา ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น