Chelsea 1-1 Aston Villa: เสมอแอสตัน วิลลาเปิดฉาก WSL
เชลซีทำได้เพียงเสมอแอสตัน วิลลา 1-1 ในนัดเปิดสนาม Women's Super League หลังพลาดโอกาสทำประตูมากมายและการเสียประตูช่วงท้ายเกม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เชลซีพลาดสามแต้มเต็มหลังทำได้แค่เสมอแอสตัน วิลลา 1-1 ในนัดเปิดสนาม WSL
- ทีมของโซเนีย บอมปาสตอร์สร้างโอกาสยิงถึง 34 ครั้งแต่ขาดความเด็ดขาด
- การทำเข้าประตูตัวเองช่วงท้ายเกมทำให้เชลซีต้องสะดุดทำแต้มหลุดมือ
- ปัญหาการจบสกอร์อันเรื้อรังส่งผลต่อความหวังในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
เชลซีเริ่มต้นเส้นทางในศึก Women's Super League ฤดูกาลใหม่ด้วยความน่าผิดหวัง หลังทำได้เพียงเสมอกับแอสตัน วิลลา 1-1 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทั้งที่ควรจะเก็บชัยชนะได้อย่างสบายๆ จากรูปเกมที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดในนัดเปิดสนามเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ลูกทีมของโซเนีย บอมปาสตอร์ เปิดฉากด้วยความดุดันและได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 11 จากลอเรน เจมส์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษที่ซัดบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ทว่าหลังจากนั้นพวกเธอกลับไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่มีมากมายให้เป็นประตูปิดเกมได้สำเร็จ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถิติหลังเกมบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน เมื่อเชลซีพยายามยิงประตูรวมทั้งหมด 34 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในการเล่น WSL นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว พวกเขามีการสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งถึง 57 ครั้ง ยิงเข้ากรอบเขตโทษ 23 ครั้ง ชนคาน และมีลูกยิงที่ถูกจับล้ำหน้าไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่แอสตัน วิลลา มีโอกาสสัมผัสบอลในเขตโทษเชลซีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความเด็ดขาดที่หายไปทำให้พวกเขากลายเป็นฝ่ายต้องชอกช้ำ ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 79 ขณะที่สกอร์ยังนำอยู่ แอสตัน วิลลา อาศัยจังหวะสวนกลับ โนเอลล์ มาริตซ์ ยิงไปแฉลบ ฮันนาห์ แฮมป์ตัน ผู้รักษาประตูเชลซี ก่อนบอลจะกระดอนไปโดน ฟีร์เล เบอร์มันน์ กองหลังเจ้าบ้านเข้าประตูตัวเองไปอย่างเจ็บปวด ทำให้จบเกมเสมอกันไป 1-1 และสร้างความเงียบงันให้กับแฟนบอลในสนาม
"ความเป็นจริงของฟุตบอลคือถ้าเรานำสองหรือสามศูนย์ เกมมันคงจบไปแล้ว มันเป็นเกมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในครึ่งหลัง เราต้องเร่งเกม รักษาโมเมนตัม และทำให้มั่นใจว่าเราจะปิดเกมให้ได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้"
โซเนีย บอมปาสตอร์ ผู้จัดการทีมเชลซี
การที่เชลซีครองเกมเบ็ดเสร็จแต่ไม่สามารถปิดเกมได้สะท้อนให้เห็นปัญหาทางจิตวิทยาและขุมกำลังในแดนหน้าที่จำกัด การขาดผู้เล่นตัวหลักอย่าง เมลวิน มาลาร์ด ที่บาดเจ็บและมายรา รามิเรซ ที่ยังอยู่ในช่วงพักฟื้น รวมถึงการอำลาทีมของแซม เคอร์ ทำให้ตัวเลือกในแนวรุกเหลือน้อยลง โดยมี แอกกี บีเวอร์-โจนส์ รับหน้าที่ล่าตาข่ายแทนแต่มั่นใจที่ลดลงทำให้โอกาสทองหลุดลอยไป ปัญหาการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคมนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในฤดูกาล 2024-25 ที่พวกเขาพลาดแชมป์และจบอันดับสามหลังทำแต้มหลุดมือในลักษณะเดียวกันกับเกมที่แพ้เอฟเวอร์ตัน
แคตีย์ แมคเคบ แข้งป้ายแดงที่ย้ายมาจากอาร์เซนอลในช่วงซัมเมอร์และทำผลงานได้โดดเด่นในนัดประเดิมสนาม ยอมรับหลังเกมว่าทีมจำเป็นต้องมีความเฉียบคมมากกว่านี้ในระดับดังกล่าว ขณะที่บอมปาสตอร์ชี้ว่าปัญหาเรื่องสัญชาตญาณนักฆ่าและความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ยากที่สุด และเป็นสิ่งที่จะต้องเร่งปรับปรุงเพื่อไม่ให้แต้มสำคัญต้องหลุดมืออีกในเส้นทางลุ้นแชมป์ WSL ฤดูกาลนี้
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น