Trip.com ปิดเครื่องมือฉาวคดีผูกขาด สะเทือนผลกำไรบริษัทแล้ว
Trip.com ประกาศยกเลิกเครื่องมือติดตามราคาและโปรแกรมจัดจำหน่ายที่เป็นประเด็นในคดีผูกขาดของจีน ยอมรับส่งผลกระทบต่อผลประกอบการทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Trip.com ปิดโปรแกรมและเครื่องมือที่เป็นศูนย์กลางคดีผูกขาดในจีน
- ผู้บริหารยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มกดดันผลการดำเนินงานทางการเงิน
- ยกเลิกเครื่องมือติดตามราคาและโปรแกรมจัดจำหน่าย Tier 1 และ Tier 2
- เปลี่ยนมาใช้กรอบความร่วมมือหลายระดับรูปแบบใหม่แทน
บริษัท Trip.com Group ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทได้ทำการปิดระบบและโปรแกรมที่เป็นประเด็นสำคัญในคดีต่อต้านการผูกขาด (Antitrust) ของประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพทางการเงินของยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายนี้ทันที
ในการประชุมร่วมกับนักลงทุนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่สำนักงานบริหารตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) ได้มีคำวินิจฉัยในคดีผูกขาดออกมา ซีอีโอ Jane Sun และซีเอฟโอ Xiaofan Wang ได้ระบุว่า Trip.com ได้ทำการกำจัดเครื่องมือติดตามราคาและเปรียบเทียบราคาแบบอัตโนมัติออกไปแล้ว รวมถึงการยกเลิกโปรแกรมการจัดจำหน่ายแบบมอบอำนาจในระดับ Tier 1 และ Tier 2 ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ควบคุมวิธีการกระจายสินค้าคงคลังและราคาของโรงแรมต่างๆ บนแพลตฟอร์ม
การที่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนอย่าง SAMR เข้ามาตรวจสอบและสั่งให้ Trip.com ปรับเปลี่ยนแนวทางธุรกิจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของภาครัฐในการควบคุมอำนาจเหนือตลาดของแพลตฟอร์มจองการเดินทางยักษ์ใหญ่ การยกเลิกเครื่องมือราคาอัตโนมัติและโปรแกรมกระจายสินค้าเดิมบังคับให้บริษัทต้องปรับโมเดลธุรกิจเพื่อเปิดกว้างให้โรงแรมคู่ค้ามีอิสระในการกำหนดราคามากขึ้น ซึ่งอาจลดความสามารถในการแข่งขันด้านสงครามราคาลงในระยะสั้น
เพื่อทดแทนระบบเดิมที่ถูกถอดถอนไป ผู้บริหารของ Trip.com ได้อธิบายถึงการสร้าง "กรอบความร่วมมือหลายระดับ" (multi-tier partnership framework) รูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และการเติบโตร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์มกับพันธมิตรโรงแรมในระยะยาว
นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานแล้ว ทางผู้บริหารยังได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การปิดตัวลงของเครื่องมือด้านราคาตั้งแต่มือนเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้สร้างแรงกระแทกและส่งผลกระทบต่อตัวเลขผลประกอบการของบริษัทเรียบร้อยแล้ว นับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า Trip.com จะสามารถรักษาฐานโรงแรม กระตุ้นการเติบโต และปกป้องส่วนแบ่งทางการตลาดได้หรือไม่ โดยปราศจากเครื่องมือทางการค้าที่หน่วยงานกำกับดูแลมองว่าล้ำเส้นเกินไป
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น